www.viptravelandservice.com
 
 
 

ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆ
ภาคเหนือ มี 9 จังหวัด
จังหวัดเชียงราย
จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดน่าน
จังหวัดพะเยา
จังหวัดแพร่
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
จังหวัดลำปาง
จังหวัดลำพูน
จังหวัดอุตรดิตถ์


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 21 จังหวัด
จังหวัดกาฬสินธุ์
จังหวัดขอนแก่น
จังหวัดชัยภูมิ
จังหวัดนครพนม
จังหวัดนครราชสีมา
จังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบุรีรัมย์
จังหวัดมหาสารคาม
จังหวัดมุกดาหาร
จังหวัดยโสธร
จังหวัดร้อยเอ็ด
จังหวัดเลย
จังหวัดสกลนคร
จังหวัดสุรินทร์
จังหวัดศรีสะเกษ
จังหวัดหนองคาย
จังหวัดหนองบัวลำภู
จังหวัดอุดรธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดอำนาจเจริญ
จังหวัดบึงกาญจน์


ภาคกลาง มี 21 จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
จังหวัดกำแพงเพชร
จังหวัดชัยนาท
จังหวัดนครนายก
จังหวัดนครปฐม
จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดนนทบุรี
จังหวัดปทุมธานี
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพิจิตร
จังหวัดพิษณุโลก
จังหวัดเพชรบูรณ์
จังหวัดลพบุรี
จังหวัดสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรสงคราม
จังหวัดสมุทรสาคร
จังหวัดสิงห์บุรี
จังหวัดสุโขทัย
จังหวัดสุพรรณบุรี
จังหวัดสระบุรี
จังหวัดอ่างทอง
จังหวัดอุทัยธานี


ภาคตะวันออก มี 7 จังหวัด
จังหวัดจันทบุรี
จังหวัดฉะเชิงเทรา
จังหวัดชลบุรี
จังหวัดตราด
จังหวัดปราจีนบุรี
จังหวัดระยอง
จังหวัดสระแก้ว

ภาคตะวันตก
มี 5 จังหวัด
จังหวัดกาญจนบุรี
จังหวัดตาก
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดเพชรบุรี
จังหวัดราชบุรี


ภาคใต้ มี 14 จังหวัด
จังหวัดกระบี่
จังหวัดชุมพร
จังหวัดตรัง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดปัตตานี
จังหวัดพังงา
จังหวัดพัทลุง
จังหวัดภูเก็ต
จังหวัดระนอง
จังหวัดสตูล
จังหวัดสงขลา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จังหวัดยะลา

 
ท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์,ประวัติบุรีรัมย์,แผนที่จังหวัดบุรีรัมย์,ราชภัฏบุรีรัมย์,buriram,บุรีรัมย์พิทยาคม,แผนที่บุรีรัมย์,
ที่เที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์,วนอุทยานเขากระโดง,อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง,ปราสาทหินเมืองต่ำ

ที่เที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์

เมืองปราสาทหิน  ถิ่นภูเขาไฟ  ผ้าไหมสวย  รวยวัฒนธรรม
บุรีรัมย์เมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมือง เป็นเมืองแห่งปราสาทหิน

ดินแดนแห่งอารยะธรรมขอมโบราณ ตั้งอยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ห่างจากกรุงเทพฯโดยทางรถยนต์ประมาณ ๔๑๐ กิโลเมตร จังหวัดบุรีรัมย์มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๐,๓๒๒ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น ๒๓ อำเภอ  ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทวารวดี และที่สำคัญที่สุด คือ ปราสาทขอมน้อยใหญ่กว่า ๖๐ แห่ง ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วไป อันแสดงถึงความรุ่งเรืองของบุรีรัมย์มาแต่ครั้งอดีตกาล รวมทั้งได้พบแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ คือ เตาเผาภาชนะดินเผาสมัยขอม กำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘
หลังจากสมัยของวัฒนธรรมขอมหรือเขมรโบราณแล้ว หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของบุรีรัมย์เริ่มมีขึ้นอีกครั้งตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเป็นเมืองขึ้นของนครราชสีมา และปรากฏชื่อต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยบุรีรัมย์มีฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่ง จนถึง พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคใหม่ จึงได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มาจนถึงปัจจุบันนี้

อาณาเขต
ทิศเหนือ             ติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น และจังหวัดมหาสารคาม
ทิศใต้                        ติดต่อกับจังหวัดสระแก้วและเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างไทย
กับราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศตะวันออก           ติดต่อกับจังหวัดสุรินทร์
ทิศตะวันตก                 ติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา

การเดินทาง
รถยนต์จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๑ (พหลโยธิน) ถึงสระบุรี เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒ (มิตรภาพ) จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๔ (โชคชัย-เดชอุดม) ผ่านอำเภอหนองกี่ อำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ตามทางหลวงหมายเลข  ๒๑๘  รวมระยะทาง  ๔๑๐ กิโลเมตร หรือจากนครราชสีมา  ตามทางหลวงหมายเลข ๒๒๖ ผ่านอำเภอจักราช-ห้วยแถลง-ลำปลายมาศ รวมระยะทาง ๓๘๔ กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทางบริษัท ขนส่ง จำกัด เดินรถระหว่างกรุงเทพฯ-บุรีรัมย์ ทุกวัน มีทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต ๒ (จตุจักร) ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๑๘๘๐, ๐ ๒๙๓๖ ๐๖๕๗, ๐ ๒๙๓๖ ๐๖๖๗, ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒  สถานีขนส่งบุรีรัมย์ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๒๕๓๔  หรือ www.transport.co.th
รถไฟ  มีรถไฟสายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-สุรินทร์ และนครราชสีมา-อุบลราชธานี ทั้งที่เป็นขบวนรถด่วน รถเร็ว รถธรรมดา และรถดีเซลราง ผ่านสถานีบุรีรัมย์ทุกขบวน รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่โทร. ๑๖๙๐, ๐ ๒๒๒๐ ๔๓๓๔, ๐ ๒๒๒๐ ๔๔๔๔ หรือ  www.railway.co.th
เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่มีเที่ยวบินไปจังหวัดบุรีรัมย์โดยตรง ต้องไปลงที่ขอนแก่น
จากนั้นต่อรถเข้าตัวเมืองบุรีรัมย์เป็นระยะทางอีกประมาณ ๒๐๐ กิโลเมตร ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๓๕๖ ๑๑๑๑, ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐, ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐ หรือ  HYPERLINK "http://www.thaiairwaays.com" www.thaiairways.com นอกจากนี้ยังมีสายการบินพีบี แอร์  ไปลงที่บุรีรัมย์ในวันจันทร์ วันพุธ และวันเสาร์  สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๒๒๖๑ ๐๒๒๐-๕    HYPERLINK "http://www.pbair.com" www.pbair.com

การเดินทางภายในจังหวัด
การเดินทางภายในตัวเมืองสามารถใช้บริการรถสามล้อรับจ้าง โดยตกลงค่าโดยสารก่อนใช้บริการ ส่วนการเดินทางระหว่างอำเภอมีรถโดยสารจากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปยังอำเภอต่าง ๆ

การเดินทางระหว่างจังหวัด
จากสถานีขนส่งบุรีรัมย์ มีรถโดยสารไปยังจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้ รถธรรมดาไปนครราชสีมา ร้อยเอ็ด ขอนแก่น สุรินทร์  รถปรับอากาศไปเชียงใหม่ พัทยา ระยอง จันทบุรี สระแก้ว อุบลราชธานี นครราชสีมา กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๒๕๓๔, ๐ ๔๔๖๑ ๑๕๙๕

ระยะทางจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ไปยังอำเภอต่าง ๆ
ห้วยราช                           ๑๐           กิโลเมตร
พลับพลาชัย                     ๑๓          กิโลเมตร
โนนสุวรรณ                    ๒๕         กิโลเมตร
กระสัง                              ๓๐          กิโลเมตร
ชำนิ                                  ๓๐          กิโลเมตร
ลำปลายมาศ                     ๓๑          กิโลเมตร
คูเมือง                               ๓๔         กิโลเมตร
สตึก                                  ๔๐           กิโลเมตร
ประโคนชัย                     ๔๔         กิโลเมตร
นางรอง                            ๕๕         กิโลเมตร
หนองหงส์                       ๖๐           กิโลเมตร                                               
พุทไธสง                          ๖๔          กิโลเมตร
บ้านกรวด                        ๖๖           กิโลเมตร                                                                               
เฉลิมพระเกียรติ    ๖๙           กิโลเมตร                                                                
ปะคำ                                ๗๘         กิโลเมตร
นาโพธิ์                             ๘๐          กิโลเมตร
บ้านใหม่ไชยพจน์           ๘๐          กิโลเมตร
หนองกี่                            ๘๓         กิโลเมตร
โนนดินแดง                     ๙๒          กิโลเมตร                                                                               
ละหานทราย                    ๙๙          กิโลเมตร                                                        
บ้านด่าน                           ๑๕          กิโลเมตร
แคนดง                             ๖๓          กิโลเมตร

สถานที่น่าสนใจ     
อำเภอเมืองบุรีรัมย์
                      ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ถนนจิระ เป็นสถานที่รวบรวมจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุอันมีค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้แก่ผู้สนใจและเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัย  นิทรรศการที่จัดแสดงมีหลากหลายหัวข้อ อาทิ นิทรรศการเกี่ยวกับช้าง ชาวส่วย ผ้าพื้นเมือง จิตรกรรมฝาผนัง เครื่องถ้วยและเตาเผาโบราณ วิถีชีวิตชาวอีสาน สภาพภูมิศาสตร์ ชุมชนโบราณของบุรีรัมย์  เปิดทุกวัน
ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๘.๓๐–๑๖.๐๐ น.  สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๒๒๑  ต่อ ๑๕๙
                      พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  ตั้งอยู่ในตัวเมืองทางไปอำเภอประโคนชัย สร้างในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ เพื่อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ ๑ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ผู้ทรงก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์ เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก  พระบรมราชานุสาวรีย์มีขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ฉลองพระองค์แบบนักรบตามขัตติยราชประเพณีโบราณ ประทับบนช้างศึก จากจดหมายเหตุประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๗ กล่าวว่า ใน พ.ศ. ๒๓๒๑ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพไปปราบพระยานางรองซึ่งคบคิดกับเจ้าโอ เจ้าอินแห่งจำปาศักดิ์ ขณะเดินทัพพบเมืองร้างอยู่ที่ลุ่มน้ำห้วยจระเข้มาก มีชัยภูมิดีแต่ไข้ป่าชุกชุม ชาวเขมรป่าดงไม่กล้าเข้ามาอยู่อาศัย แต่ตั้งบ้านเรือนอยู่โดยรอบ จึงรวบรวมผู้คนตั้งเป็นเมืองแปะ และให้บุตรเจ้าเมืองพุทไธสมันซึ่งติดตามมาด้วยเป็นเจ้าเมือง ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยานครภักดี ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น “เมืองบุรีรัมย์”
                      วนอุทยานเขากระโดง  เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟโบราณซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยปากปล่องให้เห็นได้ชัดเจน ปากปล่องภูเขาไฟมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำลึก มีน้ำขังตลอดปี ยอดสูงสุดประมาณ ๒๖๕ เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นที่ประดิษฐาน “พระสุภัทรบพิตร” พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์และมีปรางค์กู่โบราณ ภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง  วนอุทยานนี้มีพันธุ์ไม้พื้นเมืองน่าศึกษาหลายชนิด การขึ้นไปยังเขากระโดงสามารถทำได้สองวิธี คือ เดินขึ้นบันได หรือ ขับรถขึ้นไปถึงยอดเขา ระหว่างทางจะพบพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เรียงรายอยู่เป็นระยะ
การเดินทาง    จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๑๙ บนเส้นทางสาย บุรีรัมย์-ประโคนชัย ประมาณ ๖ กิโลเมตร
อ่างเก็บน้ำกระโดง  ตั้งอยู่ด้านหน้าของเขากระโดง จากทางเข้าเขากระโดงมีทางแยกซ้ายมือไปทางเดียวกับ
ค่ายลูกเสือ “บุญญานุศาสตร์” และสวนสัตว์ บริเวณริมอ่างเก็บน้ำเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีแห่งหนึ่ง จากจุดนี้สามารถมองเห็นองค์พระสุภัทรบพิตรบนยอดเขากระโดงได้
อ่างเก็บน้ำห้วยตลาดและสวนนกบุรีรัมย์ ตั้งอยู่ตำบลสะแกซำ กำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อปี ๒๕๓๕ จากการสำรวจพบว่าในแต่ละปีมีนกชนิดต่าง ๆ มาอาศัยอยู่โดยรอบจำนวนกว่า ๑๐๐ ชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เมษายนจะมีฝูงนกมาอาศัยอยู่มากเป็นพิเศษ บางชนิดใกล้สูญพันธุ์และหาดูได้ยาก เช่น นกเป็ดหงส์ นกเป็ดก่า และนกกาบบัว ในบริเวณบ้านของคุณสวัสดิ์ คชเสนีย์ ได้จัดทำเป็นสวนนก และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เหมาะสำหรับเที่ยวชมฝูงนกในยามเย็น ทุกวันเวลาประมาณ ๑๗.๐๐-๑๘.๐๐ น. จะมีฝูงนกยางสีขาวนับหมื่นตัวบินกลับรังเป็นภาพที่น่าชมมาก มีบริการรถชมรอบบริเวณ สอบถามข้อมูล โทร. ๐ ๔๔๖๐ ๕๑๖๙
การเดินทาง  จากตัวเมืองบุรีรัมย์ไป ๑๒ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข  ๒๑๙  (เส้นทางบุรีรัมย์-ประโคนชัย)

อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง  ตั้งอยู่บ้านตาเป็ก  ตำบลตาเป็ก ประกอบด้วยโบราณสถานสำคัญคือ ปราสาทหินพนมรุ้ง ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ ๒๐๐ เมตร (คำว่า “พนมรุ้ง” หรือ “วนํรุง” เป็นภาษาเขมรแปลว่า “ภูเขาใหญ่”)
ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕ ถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๗ และในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาในช่วงนั้น
ปราสาทพนมรุ้งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ประกอบด้วยอาคารและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธานบนยอดอันเปรียบเสมือนวิมานที่ประทับของพระศิวะ บันไดทางขึ้นช่วงแรกทำเป็นตระพัง (สระน้ำ) สามชั้นผ่านขึ้นมาสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเป็นทางเดินซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้งสองข้างเป็นระยะ ๆ ถนนทางเดินนี้ ทอดไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์ ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง ๑ หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็นชานพักเป็นระยะ ๆ รวม ๕ ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลาโล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมีสะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน
ปรางค์ประธาน ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑป คือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบัน ซุ้มชั้นต่าง ๆ ตลอดจนกลีบขนุนปรางค์ล้วนสลักลวดลายประดับทั้งลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ภาพฤาษี เทพประจำทิศ ศิวนาฏราช ที่ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน ลักษณะของลวดลายและรายละเอียดอื่น ๆ ช่วยให้กำหนดได้ว่าปรางค์ประธานพร้อมด้วยบันไดทางขึ้นและสะพานนาคราชสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗
ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก ๑ องค์ ไม่มีหลังคา จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบัน ทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖
นอกจากนี้ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕ อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ร่วมสมัยกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลงข้างทางเดินที่เรียกว่า “โรงช้างเผือก”
กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมแซมและบูรณะปราสาทหินพนมรุ้ง โดยวิธีอนัสติโลซิส (ANASTYLOSIS) คือ รื้อของเดิมลงมาโดยทำรหัสไว้ จากนั้นทำฐานใหม่ให้แข็งแรง แล้วนำชิ้นส่วนที่รื้อรวมทั้งที่พังลงมากลับไปก่อใหม่ที่เดิม  โดยใช้วิธีการสมัยใหม่ช่วย และเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปี พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้มีพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งอย่างเป็นทางการ  เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๓๑  โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน 
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชมชาวไทย ๑๐ บาท ชาวต่างชาติ ๔๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทร. ๐ ๔๔๗๘ ๒๗๑๕

การเดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
รถส่วนบุคคลจากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ สามารถเดินทางไป พนมรุ้งได้ ๒ เส้นทาง คือ
๑. ใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-นางรอง (ทางหลวง ๒๑๘) ระยะทาง ๕๐ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๔ ไป ๑๔ กิโลเมตร ถึงบ้านตะโก เลี้ยวเข้าบ้านตาเป็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติไปพนมรุ้งเป็นระยะทางอีก ๑๒ กิโลเมตร
๒. ใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ทางหลวงหมายเลข ๒๑๙ เป็นระยะทาง ๔๔ กิโลเมตร จากตัวอำเภอประโคนชัย มีทางแยกไปพนมรุ้ง ระยะทางอีก ๒๑ กิโลเมตร (เส้นทางนี้ผ่านทางแยกเข้าปราสาทเมืองต่ำด้วย)
รถโดยสาร จากสถานีขนส่งบุรีรัมย์ ขึ้นรถสายบุรีรัมย์-จันทบุรี ลงรถที่บ้านตะโกแล้วต่อรถสองแถวหรือรถจักรยานยนต์รับจ้างไปพนมรุ้ง ควรตกลงราคาค่าโดยสารก่อนเดินทาง               
วัดเขาอังคาร ตั้งอยู่บนเขาอังคารซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว อยู่ห่างจากปราสาทหินพนมรุ้งไปอีกประมาณ ๒๐ กิโลเมตร จากบุรีรัมย์ใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-นางรอง-บ้านตะโก-บ้านตาเป็ก (ทางเดียวกับไปปราสาทหินพนมรุ้ง) เมื่อเดินทางถึงบ้านตาเป็ก เลี้ยวขวาตามทางไปอำเภอละหานทรายประมาณ ๑๓ กิโลเมตร จะพบทางแยกขวาไปวัดเขาอังคาร
อีก ๗ กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดเคยมีการค้นพบโบราณสถานเก่าแก่และใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีหลายชิ้น ปัจจุบันเป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีการก่อสร้างโบสถ์ ศาลาและอาคารต่าง ๆ เลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัย
ต่าง ๆ หลายรูปแบบ ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย

อำเภอนางรอง 
อ่างเก็บน้ำทุ่งแหลม  ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๒๔ ห่างจากอำเภอนางรอง ๔ กิโลเมตร ระหว่างทางไปปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้เป็นจุดแวะพักริมทาง มีศาลาริมน้ำรับลมเย็นสบาย และในฤดูแล้งมีฝูงนกเป็ดน้ำจำนวนมากมายอาศัยอยู่ที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ด้วย

อำเภอประโคนชัย
ปราสาทหินเมืองต่ำ  ตั้งอยู่ที่ตำบลจระเข้มาก  เป็นปราสาทขอมที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามโดดเด่นน่าชมอีกแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์  ประวัติความเป็นมาของปราสาทหินเมืองต่ำยังไม่ทราบชัดเพราะไม่พบหลักฐานที่แน่นอนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด หรือใครเป็นผู้สร้าง มีลักษณะของศิลปะขอมแบบบาปวน ซึ่งมีอายุอยู่ในราว พ.ศ. ๑๕๕๐-๑๖๒๕ และมีลักษณะของศิลปะขอมแบบคลังซึ่งมีอายุราว พ.ศ. ๑๕๐๘-๑๕๕๕ ปะปนอยู่ด้วย ภาพสลักส่วนใหญ่เป็นภาพเทพในศาสนาฮินดู จึงอาจกล่าวได้ว่า ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๗ เพื่อใช้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู 
ตัวปราสาทประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างหลัก คือ ปรางค์อิฐ ๕ องค์ สร้างอยู่บนฐานเดียวกัน ก่อด้วยศิลาแลง องค์ปรางค์ทั้ง ๕ ตั้งเรียงกันเป็น ๒ แถว แถวหน้า ๓ องค์ แถวหลัง ๒ องค์ ปรางค์ประธานซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ตรงกลางแถวหน้า ปัจจุบันคงเหลืออยู่เพียงส่วนฐาน ส่วนองค์อื่น ๆ ที่เหลืออยู่ก็มีสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ปรางค์ทุกองค์มีประตูเข้าสู่ภายในปรางค์ได้ด้านเดียว คือ ด้านทิศตะวันออก ด้านอื่นทำเป็นประตูหลอก แต่ปรางค์ประธานมีมุขหน้าอีกชั้นหนึ่ง การขุดแต่งบริเวณปรางค์ประธานได้พบทับหลังประตูมุขปรางค์ สลักเป็นภาพเทพถือดอกบัวขาบประทับนั่งเหนือหน้ากาล แวดล้อมด้วยสตรีเป็นบริวาร หน้าบันสลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ส่วนทับหลังประตูปรางค์สลักเป็นเทพนั่งชันเข่าเหนือหน้ากาล และยังได้พบชิ้นส่วนลวดลายปูนปั้นประดับฐานอีกด้วย แสดงว่าปรางค์เหล่านี้ได้เคยมีปูนฉาบและปั้นปูนเป็นลวดลายประดับตกแต่งอย่างงดงาม สำหรับปรางค์บริวารอีก ๔ องค์นั้นยังคงมีทับหลังติดอยู่เหนือประตูทางเข้า ๒ องค์ คือ องค์ที่อยู่ทางทิศเหนือของแถวหน้า และองค์ทิศใต้ของแถวหลัง สลักภาพพระศิวะอุ้มนางอุมาบนพระเพลา ประทับนั่งอยู่บนหลัง
โคนนทิ และภาพพระวรุณทรงหงส์ ตามลำดับ จากการขุดแต่งได้พบยอดปรางค์ทำด้วยหินทรายสลักเป็นรูปดอกบัว ตกอยู่ในบริเวณฐานปรางค์ หน้ากลุ่มปรางค์ยังมีวิหารเป็นอาคารก่ออิฐ ๒ หลัง ตั้งหันหน้าตรงกับปรางค์ที่อยู่ด้านข้างทั้งสององค์
สิ่งก่อสร้างดังกล่าว ล้อมรอบด้วยกำแพงสองชั้น กำแพงชั้นในก่อด้วยหินทรายเป็นห้องแคบ ๆ ยาวต่อเนื่องกันเป็นรูป
สี่เหลี่ยม ที่เรียกว่า ระเบียงคด กำแพงชั้นนอกเป็นกำแพงศิลาแลง กำแพงทั้งสองชั้นมีซุ้มประตูอยู่ในแนวตั้งตรงกันทั้ง ๔ ด้าน ซุ้มประตูทั้งหมดยกเว้นซุ้มประตูของประตูชั้นในด้านทิศตะวันตกก่อด้วยหินทราย สลักลวดลายในส่วนต่าง ๆ อย่างงดงาม ตั้งแต่หน้าบัน ทับหลัง เสาติดผนัง ฯลฯ เป็นภาพเล่าเรื่องในศาสนาฮินดูและลวดลายที่ผูกขึ้นจากใบไม้ ดอกไม้ที่มักเรียกรวม ๆ ว่า ลายพันธุ์พฤกษา
ระหว่างกำแพงชั้นในและกำแพงชั้นนอก เป็นลานกว้างปูด้วยศิลาแลง มีสระน้ำขุดเป็นรูปหักมุมตามแนวกำแพงอยู่ทั้ง ๔ มุม กรุขอบสระด้วยแท่งหินแลงก่อเรียงเป็นขั้นบันไดลงไปยังก้นสระ ขอบบนสุดทำด้วยหินทรายเป็นลำตัวนาคซึ่งชูคอแผ่พังพานอยู่ที่มุมสระ เป็นนาค ๕ เศียรเกลี้ยง ๆ ไม่มีเครื่องประดับศีรษะ  ปราสาทหินเมืองต่ำ เปิดให้เข้าชม
ทุกวันระหว่างเวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐  น. ค่าเข้าชม คนไทย ๑๐ บาท  ชาวต่างประเทศ ๓๐ บาท สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๔๔๖๓ ๑๗๔๖
การเดินทาง  จากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข  ๒๑๙  จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข  ๒๔  และเลี้ยวซ้ายเข้าทางหมายเลข  ๒๑๑๗  ก็จะสังเกตเห็นปราสาทเมืองต่ำ (อยู่ห่างจากปราสาทพนมรุ้งประมาณ  ๘  กิโลเมตร)
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำสนามบิน อยู่ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ตามทางไปประโคนชัย ๔๑ กิโลเมตร มีสำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ อยู่ด้านซ้ายมือริมถนน เป็นจุดที่เหมาะแก่การดูนกน้ำ โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน - เมษายน

อำเภอบ้านกรวด
                      แหล่งหินตัด  ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสายตรี ๓ และสายตรี ๔  ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ห่างจากตัวอำเภอบ้านกรวด ๗ กิโลเมตร บนเส้นทางบ้านกรวด-ตาพระยา และแยกจากถนนใหญ่ไปอีก ๓ กิโลเมตร ทางลาดยางตลอดสาย  แหล่งหินตัด เป็นแหล่งหินทรายที่คนสมัยขอม ตัดหินเอาไปสร้างปราสาทต่าง ๆ ในเขตอีสานใต้ อยู่บริเวณเขากลอยและเขากระเจียว มีเนื้อที่กว่า ๔,๖๐๐ ไร่ ที่น่าสนใจคือ หินบางก้อนปรากฏรอยตอกเนื้อหินให้เป็นรูเรียงกันเป็นแนวยาว หินบางก้อนถูกเซาะสกัดเป็นร่องขาดจากกัน และยังมีหินที่ถูกตัดและงัดขึ้นมาเป็นแท่งสี่เหลี่ยมอยู่ทั่วไป                     
แหล่งเตาโบราณ  นักโบราณคดีได้สำรวจพบเตาเผา และเครื่องปั้นดินเผาโบราณจำนวนมาก เตาโบราณเหล่านี้มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๙ เป็นแหล่งผลิตเครื่องถ้วยขอม เพื่อเป็นสินค้าป้อนให้กับเมืองต่างๆ โดยมีการทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และขยายขอบเขตการผลิตไปยังพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งเตาโบราณ ๒ แห่ง คือ เตาสวายและเตานายเจียน ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอบ้านกรวดเป็นระยะทาง ๕ และ ๑๐ กิโลเมตร ตามลำดับ ส่วนเครื่องปั้นดินเผาที่ขุดพบสามารถชมได้ที่ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์  หรือที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พิมาย จังหวัดนครราชสีมา
การเดินทาง  จากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๗๕ ประมาณ ๖๖ กิโลเมตร
อำเภอปะคำ
                      ปราสาทวัดโคกงิ้ว อยู่บนทางสายนางรอง-ปะคำ (ทางหลวงหมายเลข ๓๔๘) ก่อนถึงอำเภอปะคำ ๓ กิโลเมตร เป็นโบราณสถานสมัยขอม  ด้านหลังวัดโคกงิ้ว เป็นอโรคยาศาลหรือโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ตามคติในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน

อำเภอโนนดินแดง 
                      อนุสาวรีย์เราสู้ ตั้งอยู่ริมทางสายละหานทราย-ตาพระยา (ทางหลวงหมายเลข  ๓๔๘) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของประชาชน ตำรวจ ทหาร ที่เสียชีวิตจากการต่อสู้ผู้ก่อการร้ายที่ขัดขวางการสร้างเส้นทางยุทธศาสตร์สายนี้จนสามารถสร้างได้สำเร็จ
เขื่อนลำนางรอง อยู่ห่างจากอนุสาวรีย์เราสู้ไป ๒๐๐ เมตร เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงตามพระราชดำริ เขื่อนลำนางรองเป็นเขื่อนดิน มีถนนลาดยางบนสันเขื่อนสำหรับชมทัศนียภาพ และมีร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำ  นอกจากเขื่อนนี้จะเก็บน้ำไว้ใช้ในด้านการเกษตรแล้ว  ยังได้รับการปรับปรุงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีบ้านพัก
รับรอง ห้องประชุม และค่ายพักแรม ติดต่อสำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรองซึ่งอยู่ก่อนถึงสันเขื่อนในเวลาราชการ โทร. ๐ ๔๔๖๐ ๖๓๓๖ ต่อ ๑๕๙ ในบริเวณเดียวกันยังมีโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป (ดอยคำ) ผลิตผักผลไม้กระป๋อง อาทิ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ และน้ำมะเขือเทศ
ปราสาทหนองหงส์  ตั้งอยู่บ้านโนนดินแดง  เป็นโบราณสถานขนาดเล็กประกอบด้วยปรางค์ ๓ องค์ ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกัน หันหน้าไปทางทิศตะวันออกมีประตูเข้า-ออกทางด้านหน้าอีก ๓ ด้าน เป็นประตูหลอก ปรางค์ทั้งสามมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง  องค์กลางขนาดใหญ่กว่าสององค์ที่ขนาบข้าง แต่เดิมเคยมีทับหลังประดับจำหลักลายอย่างสวยงาม คือ องค์ทิศเหนือสลักเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑเหนือหน้ากาล ซึ่งมือยึดท่อนพวงมาลัยแวดล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา อีก ๒ องค์ที่เหลือ คือ องค์กลางและองค์ด้านทิศใต้ก็มีลักษณะคล้ายกันต่างกันที่ภาพตรงกลาง คือ ทับหลังปรางค์องค์กลางสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ องค์ทิศใต้เป็นรูปพระอิศวรทรงโค ด้านหน้าของปรางค์องค์กลาง มีทางเดินยื่นยาวออกไป มีบันไดทางด้านหน้าและด้านข้างทั้งสอง นอกจากนี้ยังมีวิหารหรือบรรณาลัยอีก ๑ หลัง ก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าเข้าหาปรางค์องค์ทิศใต้ อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีซุ้มประตูด้านหน้าและด้านหลัง มีคูน้ำรูปตัวยูล้อมรอบ  การกำหนดอายุ สมัยของปราสาทนั้น กำหนดจากลักษณะการก่อสร้าง และศิลปกรรมที่พบซึ่งตรงกับศิลปะเขมรแบบบาปวน ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖
การเดินทาง   จากสี่แยกประโคนชัย ไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๗๕ จนถึงนิคมบ้านกรวด เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๑๒๑ จนถึงอำเภอละหานทราย เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๘ ผ่านสี่แยกประคำ ตรงต่อไปถึงบ้านโนนดินแดง เลี้ยวซ้ายเข้าเขื่อนลำนางรองตัวปราสาทอยู่ทางด้านซ้ายของแนวสันเขื่อน

อำเภอสตึก
พระพุทธรูปใหญ่  (พระพุทธรูปปฎิมาสันตยาภิรมย์สตึกอุดมราษฎรนิมิตมนิน) เป็นพระยืนขนาดใหญ่
ริมแม่น้ำมูล ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอสตึก เป็นที่เคารพสักการะของชาวสตึกและจังหวัดใกล้เคียง ในช่วงงานงานประเพณีแข่งเรือยาวซึ่งจัดที่อำเภอสตึกมีทั้งชาวเรือและผู้มาเที่ยวงานแวะมานมัสการพระพุทธรูปใหญ่กันเป็นจำนวนมาก

อำเภอพุทไธสง
                      พระเจ้าใหญ่วัดหงษ์  เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ปางมารวิชัย ศิลปะลาว สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย พุทธศตวรรษที่ ๒๔-๒๕ ขนาดหน้าตัก ๑.๖ เมตร สูง ๒ เมตร สร้างด้วยศิลาแลง มีลักษณะของศิลปะพื้นเมือง ประดิษฐานอยู่ที่วัดหงษ์ หรือวัดศีรษะแรต เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนจำนวนมากที่เรียกว่า “พระเจ้าใหญ่” ในภาษาไทยอีสาน มิใช่เพราะเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่ แต่หมายถึงความยิ่งใหญ่ ความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะการสาบานและอธิษฐาน เล่ากันว่า ผู้ที่ผิดคำสาบานมักได้รับภัยพิบัติต่าง ๆ จึงมีผู้ไปสาบานงดเว้นอบายมุขเลิกดื่มสุราและสักการะกราบไว้ขอให้คุ้มครองรักษาอยู่มิได้ขาด  นอกจากนี้ยังพบพระพิมพ์รูปใบขนุน “รวมปาง” สำริด และพระพุทธรูปแกะสลักจากนอแรดที่ใต้ฐานพระเจ้าใหญ่ด้วย ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ หรือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ ของทุกปี จะจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นโดยมีชาวอำเภอพุทไธสง และจังหวัดต่าง ๆ ไปนมัสการกราบไหว้เป็นจำนวนมาก
การเดินทาง  จากตลาดพุทไธสง ถึงทางแยกเลี้ยวขวา ใช้เส้นทางที่จะไปพยัคฆภูมิพิสัย  ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร และมีทางแยกเข้าวัดอีก ๒ กิโลเมตร

อำเภอนาโพธิ์
                      หมู่บ้านทอผ้าไหมอำเภอนาโพธิ์ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๙ หมู่ ๑ ตำบลนาโพธิ์ เป็นแหล่งทอผ้าไหมโดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่  ได้รับความสนับสนุนช่วยเหลือในด้านการพัฒนาฝีมือให้ได้มาตรฐานทั้งรูปแบบ วิธีการผลิต ลวดลาย การให้สี จากศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์หัตถกรรมผ้าไหมสี่แยกนาโพธิ์ โทร. ๐ ๔๔๖๘ ๖๑๕๗, ๐ ๔๔๖๘ ๖๐๔๔
การเดินทาง  ใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-พุทไธสง ทางหลวงหมายเลข ๒๐๗๔ ไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ บริเวณกิโลเมตรที่ ๒๑ มีทางแยกเข้าตัวอำเภอนาโพธิ์ เป็นระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร

อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์
                      กู่สวนแตง  ตั้งอยู่บ้านดอนหวาย  ตำบลดอนหวาย ตรงข้ามโรงเรียนกู่สวนแตงวิทยาคม  กู่สวนแตงเป็นโบราณสถานแบบขอมอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยปรางค์อิฐ ๓ องค์ ตั้งเรียงในแนวเหนือ-ใต้ บนฐานศิลาแลงเดียวกัน อาคารทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูหน้าเพียงประตูเดียว อีก ๓ ด้านสลักเป็นประตูหลอก ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่และมีสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหน้าที่มุขยื่นออกมาเล็กน้อย ตรงหน้าบันเหนือประตูหลอกทั้ง ๓ ด้าน มีลักษณะยื่นออกมาและมีแผ่นศิลาทรายรองรับ ส่วนปรางค์อีก ๒ องค์ มีขนาดเล็กกว่า ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูเดียวทางด้านหน้าเช่นกัน ส่วนผนังอีก ๓ ด้าน ก่อเรียบทึบสำหรับบนพื้นหน้าปรางค์มีส่วนประกอบสถาปัตยกรรมหินทรายอื่น ๆ ตกหล่นอยู่ เช่น ฐานบัวยอดปรางค์ กลีบขนุนรูปนาค ๖ เศียร อายุของกู่สวนแตงสามารถกำหนดได้จากทับหลังของปรางค์ ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครและที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เนื่องจากภาพสลักบนทับหลังทั้งหมดมีลักษณะตรงกับศิลปะขอมแบบนครวัด ที่มีอายุอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว อาทิ ทับหลังสลักภาพพระนารายณ์ตรีวิกรม (ตอนหนึ่งในวามนาวตาร แสดงภาพพระนารายณ์ย่างพระบาท ๓ ก้าว เหยียบโลกบาดาล โลกมนุษย์ และโลกสวรรค์) ทับหลังภาพศิวนาฏราช ทับหลังภาพการกวนเกษียรสมุทร ทับหลังภาพนารายณ์บรรทมสินธุ์ ฯลฯ แต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่สวยงามน่าสนใจยิ่ง
การเดินทาง  ใช้เส้นทางบุรีรัมย์-พยัคฆภูมิพิสัย ทางหลวงหมายเลข ๒๑๙ ระยะทาง ๗๐ กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ ทางไปอำเภอประทายอีกประมาณ ๔๐ กิโลเมตร จะพบทางแยกเข้าสู่กู่สวนแตงด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปอีก ๑.๕ กิโลเมตร หรือจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข ๒๐๗๔ ผ่านอำเภอคูเมือง ไปอำเภอพุทไธสง แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๒๐๒ ไปอีก ๒๐ กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้ากู่สวนแตงอีก ๑.๕ กิโลเมตร

เทศกาลงานประเพณี  
นอกจากวันสำคัญทางศาสนา วันสงกรานต์ และวันขึ้นปีใหม่ ชาวบุรีรัมย์ยังมีขนบธรรมเนียมประเพณีหลายอย่าง เช่น เทศกาลเดือน ๕ มีการทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำให้ผู้สูงอายุ มีการละเล่นพื้นบ้าน เช่น สะบ้า ชักเย่อ ฯลฯ บางท้องถิ่น เช่น อำเภอพุทไธสงจะมีการเซิ้งบั้งไฟ เทศกาลเข้าพรรษามีการประกวดเทียนเข้าพรรษา เทศกาลเดือน ๑๒ มีประเพณีลอยกระทง แล้วยังมีงานประเพณีของชาวจังหวัดบุรีรัมย์ที่สืบต่อกันมาอีกหลายงาน เช่น
งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นศาสนสถานในลัทธิพราหมณ์และได้รับการแปลงเป็นพุทธสถานในสมัยหลัง ช่วงที่ถูกทิ้งร้างอยู่มีผู้นำพระพุทธบาทจำลองไปประดิษฐานไว้ที่ปรางค์น้อยบนเขา กลายเป็นประเพณีของชาวบ้านรอบ ๆ บริเวณนั้นพากันขึ้นไปนมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาทนี้รวมทั้งไหว้พระทำบุญในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ของทุกปี เนื่องจากปราสาทหินพนมรุ้งเป็นโบราณสถานที่ยิ่งใหญ่สวยงามและเป็นประเพณีแต่เดิมอยู่แล้ว จังหวัดจึงได้ส่งเสริมให้มีงานประเพณีในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนเมษายน โดยจัดกิจกรรมต่าง ๆ อันเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมโบราณ ได้แก่ ขบวนแห่ราชประเพณีขอมโบราณ  การแสดงแสงเสียงย้อนรอยอดีตพนมรุ้ง
                      ประเพณีแข่งเรือยาวจังหวัดบุรีรัมย์  กำหนดจัดในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลากในลำน้ำมูล ชาวเรือบุรีรัมย์และจากจังหวัดต่าง ๆ มาร่วมชุมนุมประลองฝีพายที่สนามแข่งเรือหน้าที่ว่าการอำเภอสตึก เพื่อแข่งขันความเป็นเจ้ายุทธจักรแห่งลำน้ำมูล ในแต่ละปีมีจำนวนเรือเข้าแข่งไม่น้อยกว่า ๔๐-๕๐ ลำ และยังมีขบวนเรือตกแต่งแฟนซีงดงามด้วย  ประเพณีแข่งเรือยาวที่สนามแห่งนี้ เดิมเป็นประเพณีท้องถิ่นสังสรรค์กันในหมู่ญาติมิตรและสักการะเจ้าพ่อวังกรุด ซึ่งเป็นชื่อวังน้ำวนช่วงหนึ่งของแม่น้ำมูล ต่อมาได้จัดเป็นงานประเพณีของจังหวัดตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ เป็นต้นมา
งานมหกรรมว่าวอีสานบุรีรัมย์ จัดขึ้นที่สนามกีฬาอำเภอห้วยราชในวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหรือย่างเข้าสู่ฤดูหนาวมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดแรง คนชนบทก็พากันทำว่าวแอก ซึ่งมีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นเล่นกันทุกหมู่บ้าน เป็นประเพณีการละเล่นของท้องถิ่นอีสานแต่นานมา จังหวัดบุรีรัมย์จัดมหกรรมว่าวอีสานขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๙ เพื่ออนุรักษ์เอกลักษณ์ของอีสานใต้ให้คงอยู่และเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง เปิดโอกาสให้คนทุกตำบล ทุกหมู่บ้านทำว่าวแอกมาแข่งขันชิงรางวัลกัน ว่าวที่นำมาเข้าแข่งขันต้องมีขนาดปีกกว้าง ๒ เมตรครึ่งขึ้นไป ตัดสินกันที่ความสวยงาม เสียงแอก และลีลาของว่าวบนท้องฟ้า นอกจากนี้มีการประกวดขบวนแห่ว่าวที่ยิ่งใหญ่สวยงาม ตอนค่ำมีมหรสพ การละเล่น และการแสดงสินค้าพื้นบ้าน 
งานนมัสการพระเจ้าใหญ่วัดหงษ์  (วัดศีรษะแรต) จัดขึ้นที่อำเภอพุทไธสง ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๓ ทุกปี เป็นเทศกาลนมัสการปิดทองพระเจ้าใหญ่วัดหงษ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของบุรีรัมย์ มีการทำบุญไหว้พระและมีมหรสพต่าง ๆ มากมาย รวม ๓ วัน
งานนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง  ที่เขากระโดง อำเภอเมือง จัดงานในวันเพ็ญเดือน ๓ เช่นกัน ประชาชนจะไปนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลองและพระสุภัทรบพิตร ตลอดจนเที่ยวงานกันอย่างคับคั่ง

สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก
                      ผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่งดงามของนาโพธิ์ หินทรายแกะสลัก เครื่องจักสาน ปลาจ่อมอร่อยที่ประโคนชัย ขาหมูเลิศรสของนางรอง กุนเชียง และไก่ย่างของลำปลายมาศ หัวผักกาดหวานอบน้ำผึ้งขนานแท้ดั้งเดิมของกระสัง กุ้งอร่อยที่สตึก
และกระยาสารทที่อำเภอประโคนชัย สินค้าเหล่านี้นอกจากมีขายตามร้านค้าในตัวเมืองแล้ว บริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ปราสาทหินพนมรุ้งและปราสาทหินเมืองต่ำ ยังมีสินค้าพื้นเมืองนานาชนิดของบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

ร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
อำเภอเมืองบุรีรัมย์
ร้านลายไหม ถ.รมย์บุรี โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๒๕๙๗  (จำหน่ายผ้าไหม ผ้าฝ้าย)
ร้านเลี่ยงฮวด  ๒/๑๐ ถ.ศรีเพชร  โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๕๕๒ (จำหน่ายกุนเชียง หัวไช้โป๊ว หมูหยอง หมูแผ่น)

อำเภอนาโพธิ์
ศูนย์หัตถกรรฒพื้นบ้านนาโพธิ์  ภายในที่ว่าการอำเภอนาโพธิ์  โทร. ๐ ๔๔๖๘ ๖๑๕๗, ๐๘ ๑๙๖๗ ๓๔๘๙ (ชมกระบวนการผลิตผ้าไหมครบวงจร และเลือกซื้อผ้าไหม)
ร้านผ้าตุ้มทอง ถ.เศรษฐกิจ โทร. ๐ ๔๔๖๘ ๖๐๔๔, ๐๘ ๔๙๖๐ ๔๒๙๑ (ผลิตและจำหน่ายผ้าไหม)
อำเภอประโคนชัย
แม่พนอ  ๒๒/๓ ถ.อำนวยกิจ โทร. ๐ ๔๔๖๗ ๑๔๖๔ (จำหน่ายกุ้งจ่อมทิพรส  กระยาสารท)

บริษัทนำเที่ยว
                ไทยลาว เอเชียทราเวล เซอร์วิส  ๓๙๖ ม.๒ ถ.โชคชัย-เดชอุดม อ.ประโคนชัย โทร. ๐ ๔๔๖๗ ๑๔๖๖, ๐๘ ๑๗๒๕ ๔๐๒๖ โทรสาร ๐ ๔๔๖๕ ๑๑๗๙
สะบายดีทัวร์ ๗/๒๒-๒๓ ถ.บุลำดวน อ.เมือง โทร. ๐ ๔๔๖๐ ๑๑๗๑, ๐๘ ๑๘๗๘ ๐๖๐๓ โทรสาร ๐ ๔๔๖๒ ๑๙๙๑
ธุรกิจทัวร์ ๓๑๙ ถ.จิระ อ.เมือง โทร. ๐ ๔๔๖๒  ๐๘๕๗ โทรสาร ๐ ๔๔๖๒ ๐๘๕๗
เทพนครทัวร์ ๑๓๖ ถ.จิระ อ.เมือง โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๓๔๐๐-๒ โทรสาร ๐ ๔๔๖๑ ๓๔๐๐-๒

ตัวอย่างรายการนำเที่ยว
๐๘.๐๐ น.               ออกเดินทางจากบุรีรัมย์
๐๙.๓๐ น.               ชมอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง  อ.เฉลิมพระเกียรติ
๑๐.๓๐ น.               ชมปราสาทหินเมืองต่ำ
๑๒.๐๐ น.              รับประทานอาหารกลางวันที่ อ.นางรอง
๑๓.๐๐ น.               ออกเดินทาง
๑๕.๐๐ น.               ชมแหล่งหินตัด อ.บ้านกรวด
๑๖.๓๐ น.               ชมทัศนียภาพบริเวณปากปล่องภูเขาไฟโบราณ และนมัสการพระสุภัทรบพิตร ที่วนอุทยานเขากระโดง
๑๗.๓๐ น.              ชมหมู่นกน้ำกลับรังที่สวนนก บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด
๑๘.๓๐ น.              รับประทานอาหารเย็นและพักที่ จ.บุรีรัมย์  หรือเดินทางกลับกรุงเทพฯ

สิ่งอำนวยความสะดวกในจังหวัดบุรีรัมย์            
สถานที่พัก 
(ราคาที่พักที่ระบุในเอกสารนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาสอบถามราคาจากโรงแรมโดยตรงก่อนเข้าพัก)
อำเภอเมืองบุรีรัมย์ 
แกรนด์โฮเต็ล  ๑๓๗ ถ.นิวาศ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๐๘๙, ๐ ๔๔๖๑ ๑๑๗๙ โทรสาร ๐ ๔๔๖๑ ๒๓๕๘ จำนวน ๙๐ ห้อง ราคา ๒๑๐–๓๕๐ บาท
                      ชัยเจริญ  ๑๑๔-๑๑๖ ถ.นิวาศ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๕๕๙ โทรสาร ๐ ๔๔๖๑ ๑๒๐๕ จำนวน ๒๐ ห้อง ราคา ๑๒๐ บาท
                      เทพนคร  ๑๓๙ ถ.จิระ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๓๔๐๐-๒, ๐ ๔๔๖๒ ๑๐๘๒ โทรสาร ๐  ๔๔๖๑  ๓๔๐๐ จำนวน ๑๖๕ ห้อง ราคา ๔๐๐–๒,๗๐๐ บาท   www.thepnakornhotel.com
                      ไทยโฮเต็ล  ๓๘/๑ ถ.รมย์บุรี โทร ๐ ๔๔๖๑ ๑๑๑๒, ๐ ๔๔๖๑ ๑๑๓๒ โทรสาร ๐ ๔๔๖๑ ๒๔๖๑ จำนวน ๘๙ ห้อง ราคา ๑๘๐–๔๐๐ บาท
                      นิวาศ  ๘๙/๑๐-๑๒ ถ.นิวาศ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๖๔๐ จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๗๐-๙๐ บาท
                      พนมพิมาน ในมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ถ.จิระ โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๑๒๐๕- ๗ โทรสาร  ๐ ๔๔๖๒ ๑๒๐๕ จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๔๐๐-๕๐๐ บาท
วงษ์ทองบุรี  ๕๑๒/๑ ถ.จิระ โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๐๘๖๐-๒ โทรสาร ๐ ๔๔๖๒ ๐๘๕๙ จำนวน ๗๑ ห้อง ราคา ๕๐๐-๑,๒๐๐ บาท
สยาม  ๒๙/๑๒ ถ.อินทร์จันทร์ณรงค์  โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๕๕๑๙ โทรสาร ๐ ๔๔๖๒ ๕๕๑๙ กด ๘ จำนวน ๒๒ ห้อง ราคา ๓๕๐-๔๐๐ บาท
เฟื่องฟ้าพาเลซแมนชั่น ๒๔๐/๙ ถ.จิระ โทร. ๐  ๔๔๖๑ ๗๑๑๒, ๐ ๔๔๖๒ ๑๒๖๕ โทรสาร ๐ ๔๔๖๒ ๑๒๖๕ 
จำนวน ๓๘ ห้อง ราคา ๓๕๐-๔๐๐ บาท
ไดมอนด์แกรนด์โฮเต็ล ๒๔๕ ซ.๒ ถ.จิระ โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๕๘๙๔-๕ โทรสาร ๐ ๔๔๖๐ ๒๒๒๒ จำนวน ๖๔ ห้อง ราคา ๔๕๐-๘๕๐ บาท
ไม้สนรีสอร์ท ถ.บุรีรัมย์ กิโลเมตรที่ ๔ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๗๑๑๔ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๓๐๐-๓๘๐ บาท  

อำเภอนางรอง 
นางรอง  ๒๔๓ ถ.ประดิษฐ์ปานะ  โทร. ๐ ๔๔๖๓ ๑๐๑๔, ๐ ๔๔๖๓ ๑๔๖๕ จำนวน ๒๘ ห้อง ราคา ๑๐๐-๔๐๐ บาท
บ้านเสาะ รีสอร์ท  ๓๔ ถ.นางรอง-บุรีรัมย์ โทร.   ๐ ๑๖๖๐ ๒๒๒๓ จำนวน ๑๓ หลัง ราคา ๔๐๐-๑,๕๐๐ บาท
พี แคลิฟอร์เนีย  ๕๙/๙ ถ.สังขกฤษณ์ ต.นางรอง  โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๒๒๑๔, ๐ ๙๙๔๗ ๕๔๔๙ จำนวน ๑๔ ห้อง ราคา ๒๕๐-๑,๕๐๐ บาท   HYPERLINK "http://www.geocities.com/california8gh" www.geocities.com/california8gh
เรือนนางรอง รีสอร์ท  เยื้องที่ทำการประปา ถ.ศรีกัลยา โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๒๓๘๕ โทรสาร ๐ ๔๔๖๒ ๒๗๔๕ จำนวน ๔๐ ห้อง ราคา ๓๕๐-๔๐๐ บาท www.tourthai.com/ruannangrong
ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานนางรอง (ศูนย์ซีเบิร์ดนางรอง) ๘๑ หมู่ ๖ ถ.โชคชัย-เดชอุดม ต.หนองโบสถ์ โทร. ๐ ๔๔๖๕ ๗๑๔๕-๗ โทรสาร ๐ ๔๔๖๕ ๗๐๘๔ จำนวน ๔๔ ห้อง ราคา ๒๕๐–๕๖๐ บาท  มีห้องประชุมสัมมนาและร้านอาหาร  www.pda.or.th/nangrong
                      ฮันนี่อินน์  ๘/๑ ซ.ศรีกูล บ้านหนองรี  โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๒๘๒๕ จำนวน ๙ ห้อง ราคา ๑๕๐-๓๕๐ บาท

อำเภอโนนดินแดง
                      บ้านพักเขื่อนลำนางรอง ติดต่อสำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำนางรอง โทร. ๐ ๔๔๖๐ ๖๓๓๖ ในเวลาราชการ  จำนวน ๗ หลัง  ราคา ๑๐๐ บาทต่อคน

อำเภอประโคนชัย
ประโคนชัยรีสอร์ท  ๑๕๐ ม.๖ ถ.โชคชัย-เดชอุดม โทร. ๐ ๔๔๖๗ ๑๒๘๘, ๐๘ ๑๙๕๕ ๙๐๘๙  จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๒๕๐–๕๐๐ บาท

อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
บ้านดิน เมืองหิน รีสอร์ท   ๑  ม.๑๑ บ้านดอนมะไฟ ต.ตาเป็ก  โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๘๐๑๙ จำนวน ๑๐ ห้อง ราคา ๓๕๐-๕๐๐ บาท

อำเภอลำปลายมาศ
ศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานลำปลายมาศ (ศูนย์ซีเบิร์ดลำปลายมาศ) ๑๓๐ ม. ๑๓  ต.โคกกลาง โทร. ๐ ๔๔๖๓ ๒๐๐๔, ๐ ๔๔๗๘ ๒๔๑๗ โทรสาร ๐ ๔๔๖๓ ๒๐๐๔ จำนวน ๑๑ ห้อง ราคา ๑๐๐-๘๐๐ บาท

ร้านอาหาร 
อำเภอเมืองบุรีรัมย์
โชคลิขิต ๒๔๖/๑๔ ถ.นิวาส โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๒๖๖๕ (อาหารพื้นเมืองอีสาน)
ป้าใหญ่  ถ.ปลัดเมือง โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๕๕๑๔
                      ไมตรีจิต ๑๖๙/๒-๓ ถ.สุนทรเทพ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๕๓๘ (อาหารไทย-เบเกอรี่-อาหารเช้า)
                รุ่งเรืองภัตตาคาร ๓๔ ถ.นิวาศ โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๗๗๘,  ๐ ๔๔๖๑ ๑๓๗๕ (อาหารไทย-จีน)

                วังหรรษา ๑๙๔ หมู่ ๑ ถ.บุรีรัมย์-สตึก โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๔๓๙๔ (อาหารไทย)                 
อีสาน ถ.ปลัดเมือง โทร. ๐ ๔๔๖๒ ๑๘๓๒ (อาหารอีสาน)
อำเภอนางรอง
ลักษณาขาหมู  ๓๗๕ ถ.โชคชัย-เดชอุดม โทร. ๐ ๔๔๖๓ ๑๑๕๘, ๐ ๔๔๖๓ ๑๗๗๔ (อาหารไทย-จีน)                
บ้านกับต้นไม้
๒๒๒/๑๕ ถ.โชคชัยเดชอุดม โทร. ๐ ๔๔๖๓ ๑๖๓๕ (อาหารไทย-จีน)
พบสุข ๗๒๕ ถ.โชคชัย-เดชอุดม โทร. ๐ ๔๔๖๓ ๑๖๑๙ (อาหารไทย-จีน)                
ยิ่งงำ  โทร. ๐ ๔๔๖๓ ๑๔๗๓
สวนอาหารบ้านเสาะ ๓๔ ถ.นางรอง-บุรีรัมย์  โทร ๐ ๑๖๖๐ ๒๒๒๓ (อาหารไทย-จีน)
อำเภอลำปลายมาศ เพิ่มพูนขาหมู (เฮียอั้งม้อ) ๙๖๓-๙๖๔ ถ.สหนพมาศ  ต.ลำปลายมาศ  โทร. ๐ ๔๔๖๖ ๐๒๐๒

หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ
ประชาสัมพันธ์จังหวัด                          โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๙๕๗                
สำนักงานจังหวัด                   โทร.  ๐ ๔๔๖๑ ๑๔๔๙
ตำรวจท่องเที่ยว                     โทร. ๑๑๕๕                
ตำรวจทางหลวง                   
โทร. ๑๑๙๓
สถานีตำรวจภูธร                   โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๒๓๔, ๐ ๔๔๖๑ ๒๒๔๐                
โรงพยาบาลบุรีรัมย์                               
โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๒๖๒
                ไปรษณีย์บุรีรัมย์                    โทร. ๐ ๔๔๖๑ ๑๑๔๒, ๐ ๔๔๖๑ ๑๑๒๒, ๐ ๔๔๖๑ ๑๖๘๒
-------------------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลรายละเอียดในเอกสารนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

ช่วยใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเคารพวิถีไทย

ใบอนุญาติประกอบธุระกิจเลขที่ 22 - 0258
บริษัท วี.ไอ.พี.ทราเวล แอนด์ เซอวิส : เลขที่ 79/207 หมู่ 22 บ้าน ฟ้าใส ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000
โทร 081-764-4877 , แฟกซ์ 053-713339

อีเมล์: viptravelandservice@hotmail.com>>viptravelandservice@gmail.com

http://www.viptravelandservice.com, http://www.chiangraitourandtrekking.com, http://www.chiangraitourandcarrent.com,
http://www.viphotelsbooking.com
   
 
CoppyRight ©V.I.P.Travel And Service Tours Company Chiang Rai Thailand