www.viptravelandservice.com
 
 
 

ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆ
ภาคเหนือ มี 9 จังหวัด
จังหวัดเชียงราย
จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดน่าน
จังหวัดพะเยา
จังหวัดแพร่
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
จังหวัดลำปาง
จังหวัดลำพูน
จังหวัดอุตรดิตถ์


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 21 จังหวัด
จังหวัดกาฬสินธุ์
จังหวัดขอนแก่น
จังหวัดชัยภูมิ
จังหวัดนครพนม
จังหวัดนครราชสีมา
จังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบุรีรัมย์
จังหวัดมหาสารคาม
จังหวัดมุกดาหาร
จังหวัดยโสธร
จังหวัดร้อยเอ็ด
จังหวัดเลย
จังหวัดสกลนคร
จังหวัดสุรินทร์
จังหวัดศรีสะเกษ
จังหวัดหนองคาย
จังหวัดหนองบัวลำภู
จังหวัดอุดรธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดอำนาจเจริญ
จังหวัดบึงกาญจน์


ภาคกลาง มี 21 จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
จังหวัดกำแพงเพชร
จังหวัดชัยนาท
จังหวัดนครนายก
จังหวัดนครปฐม
จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดนนทบุรี
จังหวัดปทุมธานี
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพิจิตร
จังหวัดพิษณุโลก
จังหวัดเพชรบูรณ์
จังหวัดลพบุรี
จังหวัดสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรสงคราม
จังหวัดสมุทรสาคร
จังหวัดสิงห์บุรี
จังหวัดสุโขทัย
จังหวัดสุพรรณบุรี
จังหวัดสระบุรี
จังหวัดอ่างทอง
จังหวัดอุทัยธานี


ภาคตะวันออก มี 7 จังหวัด
จังหวัดจันทบุรี
จังหวัดฉะเชิงเทรา
จังหวัดชลบุรี
จังหวัดตราด
จังหวัดปราจีนบุรี
จังหวัดระยอง
จังหวัดสระแก้ว

ภาคตะวันตก
มี 5 จังหวัด
จังหวัดกาญจนบุรี
จังหวัดตาก
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดเพชรบุรี
จังหวัดราชบุรี


ภาคใต้ มี 14 จังหวัด
จังหวัดกระบี่
จังหวัดชุมพร
จังหวัดตรัง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดปัตตานี
จังหวัดพังงา
จังหวัดพัทลุง
จังหวัดภูเก็ต
จังหวัดระนอง
จังหวัดสตูล
จังหวัดสงขลา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จังหวัดยะลา

 

สมุทรสงคราม

เมืองหอยหลอด  ยอดลิ้นจี่  มีอุทยาน ร.๒  แม่กลองไหลผ่าน  นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม

                                  สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึง  หากใครชอบการท่องเที่ยวที่ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพการทำสวนผักผลไม้ การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว หรือ เที่ยวชมตลาดน้ำท่าคาที่ยังคงสภาพตลาดนัดแบบชาวบ้านชาวสวนของชุมชนริมคลอง จังหวัดสมุทรสงครามจึงเป็นจังหวัดที่น่าไปเยี่ยมเยือนสำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม
เมืองสมุทรสงครามสร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน  เดิมเข้าใจว่าเป็นแขวงหนึ่งของราชบุรี เรียกว่า “สวนนอก” ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องกับสมัยกรุงธนบุรี
จึงแยกจากราชบุรี เรียกว่า  เมืองแม่กลอง
สมุทรสงครามมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในช่วงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี  พม่าส่งกองทัพผ่านเข้ามาถึงบริเวณตำบลบางกุ้ง  พระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมผู้คนสร้างค่ายป้องกันทัพพม่าจนข้าศึกพ่ายแพ้ไป ณ บริเวณค่ายบางกุ้ง  นับเป็นการป้องกันการรุกรานของพม่าเข้ามายังไทยครั้งสำคัญในช่วงเวลานั้น
จังหวัดสมุทรสงครามอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๗๒ กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ ๔๑๖ ตารางกิโลเมตร   แบ่งการปกครองออกเป็น ๓ อำเภอ ได้แก่อำเภอเมือง อำเภออัมพวาและอำเภอบางคนที
อาณาเขต
                                  ทิศเหนือ                                                ติดต่อกับ  จังหวัดราชบุรี
ทิศใต้                             ติดต่อกับ  จังหวัดเพชรบุรี และอ่าวไทย
ทิศตะวันตก                                           ติดต่อกับ  จังหวัดเพชรบุรี และราชบุรี
ทิศตะวันออก                 ติดต่อกับ  จังหวัดสมุทรสาคร
การเดินทาง    
                                  รถยนต์   ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๕ ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ (พระราม ๒) ผ่านสี่แยกมหาชัย-นาเกลือ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๖๓ จะมีทางแยกต่างระดับ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม
รถตู้ สามารถเลือกใช้บริการได้หลายสาย ได้แก่ สายอนุสาวรีย์ชัยฯ-แม่กลอง , สายหมอชิต-แม่กลอง , สายบางนา-มหาชัย-แม่กลอง และสายโลตัสปิ่นเกล้า-แม่กลอง
                                  รถโดยสารประจำทาง  บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม โดยมีรถจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๕.๕๐-๒๑.๐๐ น. รถปรับอากาศ (ดำเนินทัวร์)  โทร. ๐ ๒๔๓๕ ๕๐๓๑ หรือ www.transport.co.th
รถไฟ  จากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่  มีรถไฟสายวงเวียนใหญ่-มหาชัยออกทุกวัน  ลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ข้ามเรือจากท่ามหาชัยไปฝั่งท่าฉลอม เพื่อต่อรถไฟที่สถานีรถไฟบ้านแหลมไปยังจังหวัดสมุทรสงคราม หรือ จะลงรถไฟที่สถานีรถไฟมหาชัย แล้วต่อรถโดยสารประจำทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม ติดต่อสอบถามตารางรถไฟได้ที่ สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทร. ๐ ๒๔๖๕ ๒๐๑๗, ๐ ๒๘๙๐ ๖๒๖๐ หรือ www.railway.co.th

ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอต่าง
                                  อำเภออัมพวา        ระยะทาง      ๖  กิโลเมตร     
อำเภอบางคนที      ระยะทาง    ๑๒  กิโลเมตร

สถานที่น่าสนใจ
อำเภอเมือง
ดอนหอยหลอด  สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสันดอนตั้งอยู่ปากแม่น้ำแม่กลอง เกิดจากการตกตะกอนของดินปนทราย หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า “ทรายขี้เป็ด” ดอนหอยหลอดมีอาณาบริเวณกว้างประมาณ ๓ กิโลเมตร ยาว ๕ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ ๒ แห่ง แห่งแรกได้แก่ ดอนนอก อยู่บริเวณปากอ่าวแม่กลอง เดินทางไปได้โดยทางเรือ  ดอนใน อยู่ที่ชายหาดหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง และอีกแห่งคือ ชายหาดหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว สามารถเดินทางไปได้โดยทางรถยนต์ บริเวณสันดอนมีหอยอาศัยอยู่หลายชนิด
ได้แก่ หอยหลอด หอยลาย หอยปุก หอยปากเป็ด หอยแครง แต่พบว่าหอยหลอดเป็นหอยที่มีจำนวนมากที่สุด  จึงเป็นจุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้
หอยหลอดเป็นหอยชนิด ๒ ฝา ตัวสีขาวขุ่น มีเปลือกคล้ายหลอดกาแฟ ฝังตัวอยู่ในเลน การจับหอยหลอด    จะจับในช่วงน้ำลง โดยใช้ไม้เล็ก ๆ ขนาดก้านธูป จุ่มปูนขาว แล้วแทงลงไปในรูหอยหลอด หอยจะเมาปูนแล้วโผล่ขึ้นมาให้จับ ไม่ควรสาดปูนขาวลงบนสันดอน เพราะจะทำให้หอยที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นตายหมด ช่วงเวลาเหมาะสมที่จะท่องเที่ยวดอนหอยหลอด คือ
ประมาณเดือนมีนาคม – พฤษภาคม เพราะน้ำทะเลจะลดลงนานกว่าช่วงเวลาอื่น และสามารถมองเห็นสันดอนโผล่ขึ้นมา นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือบริเวณศาลาอาภร
(ใกล้ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ )  เพื่อนั่งเรือไปชมดอนหอยหลอด ราคาเช่าลำละ ๖๐ บาท (ไม่เกิน ๖ คน) หรือ นักท่องเที่ยวคนละ ๑๐ บาท
หากต้องการเช่าไปเที่ยวชมปากอ่าว (ไม่เกิน ๔ คน) ราคาลำละ ๒๐๐ บาท ชมทิวทัศน์ป่าชายเลน (ไม่เกิน ๗ คน ) ราคาลำละ ๓๕๐ บาท    นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเวลาน้ำขึ้น–น้ำลง ได้ที่ อบต. บางจะเกร็ง โทร. ๐ ๓๔๗๒ ๓๗๔๙ มูลนิธิศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โทร. ๐ ๓๔๗๒ ๓๗๓๖
บริเวณดอนหอยหลอดยังเป็นที่ประดิษฐานศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีการแสดงดนตรีไทยทุกวันเสาร์ หยุดช่วงฤดูฝน เวลา ๑๕.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและร้านขายสินค้าของที่ระลึกหลายร้านเรียงรายบริเวณดอนหอยหลอดขายสินค้าประเภทอาหารทะเลสด-แห้ง  หอยหลอดสด-แห้ง   น้ำปลา  กะปิคลองโคน 
น้ำตาลปึก น้ำตาลสด ฯลฯ  

การเดินทาง

รถยนต์
๑. ไปยังหมู่บ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม๒) ก่อนถึงหลักกิโลเมตรที่ ๖๒  มีป้ายซ้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอด  ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร  
๒. ไปยังหมู่บ้านฉู่ฉี่ ตำบลบางจะเกร็ง  ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม๒) ประมาณกิโลเมตรที่ ๖๔  ก่อนข้ามสะพานพุทธเลิศหล้านภาลัย เชิงสะพานมีป้ายบอกทางเข้าดอนหอยหลอด
ระยะทางประมาณ  ๕ กิโลเมตร  
                                  รถโดยสารประจำทาง สามารถเดินทางโดยรถสองแถว มีรถออกตลอดทั้งวันจากตัวตลาดในอำเภอเมืองสมุทรสงครามไปยังบ้านฉู่ฉี่ ดอนหอยหลอด
เรือ การเดินทางไปยังดอนนอก มีเรือขนาดต่าง ๆ บริการที่ท่าริมน้ำแม่กลอง หน้าวัดบ้านแหลม ถ้าเป็นหมู่คณะใหญ่ประมาณ ๖๐-๒๕๐ คน ติดต่อสอบถามล่วงหน้า ที่โรงเลื่อยจักรซุ่นฮวดเฮง คุณพรทิพย์ แสงวณิช โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๔๖๖, ๐ ๓๔๗๑ ๒๕๕๘, ๐ ๓๔๗๑ ๒๔๕๑, ๐๘ ๑๓๗๘ ๕๘๕๘  โทรสาร ๐ ๓๔๗๑ ๔๒๔๐ (มีบริการสั่งอาหารไปทานบนเรือ) หรือ ติดต่อที่ห้องขายตั๋วเรือข้ามฟาก
ริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม
                                  วัดศรัทธาธรรมหรือวัดมอญ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๕ ตำบลบางจะเกร็ง ไปตามถนนธนบุรี-ปากท่อ (พระราม๒) ประมาณกิโลเมตรที่ ๖๔ ไปเส้นทางเดียวกับไปดอนหอยหลอด
เข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร วัดนี้จะอยู่ทางขวามือก่อนถึงดอนหอยหลอด วัดนี้เป็นวัดที่มีพระอุโบสถเป็นจุดเด่น สร้างโดยพระครูสมุทรวิสุทธิวงศ์ (อดีตเจ้าอาวาส) เมื่อพ.ศ.๒๕๓๕  พระอุโบสถทำด้วยไม้สักทองผนังฝังมุกทั้งด้านในและด้านนอก ลวดลายมีความละเอียดงดงามมาก  แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและรามเกียรติ์ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด หลวงพ่อพุทธโสธร เป็นที่สักการะของชาวสมุทรสงครามและจังหวัดใกล้เคียง ในบริเวณวัดมีขนมกาละแม-รามัญจำหน่าย โดยกลุ่มแม่บ้านรามัญพัฒนา เป็นขนมขึ้นชื่อของวัดมีรสชาติเหนียว หวาน  มัน ห่อด้วยกาบหมาก สามารถชมการสาธิตกวนกาละแมในกะทะใบใหญ่ได้ในบริเวณวัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๓๐๕
                                  วัดบ้านแหลม หรือ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตั้งอยู่ในตัวอำเภอเมือง  บริเวณถนนเพชรสมุทร  เดิมชื่อวัดศรีจำปา เป็นวัดที่สำคัญของจังหวัด ตามพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขา 
ปีพ.ศ.๒๓๐๗ พม่ายกทัพเข้ามาตีเมืองเพชรบุรี แต่กองทัพของกรุงศรีอยุธยาได้ยกทัพมาช่วยรักษาเมืองไว้ได้ ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีอพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณตำบลแม่กลองเหนือวัดศรีจำปา จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านแหลม” ตามชื่อบ้านเดิมของตนในเมืองเพชรและช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปา เรียกวัดนี้ใหม่ว่า วัดบ้านแหลม
ชาวบ้านแหลมนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นชาวประมง คราวหนึ่งได้ออกไปลากอวนในอ่าวแม่กลองพบพระพุทธรูปติดอวนขึ้นมา ๒ องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่ง อีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน สำหรับพระพุทธรูปนั่งได้นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี สำหรับพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตรสูง
ประมาณ ๑๖๗ เซนติเมตร (แต่บาตรนั้นสูญหายไปในทะเล สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธ์วงศ์วรเดชได้ถวายบาตรไว้ให้บาตรหนึ่งเป็นบาตรแก้วสีน้ำเงิน) นำไปประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลม เรียกว่า “หลวงพ่อบ้านแหลม”  มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวบ้านทั่วไป วัดบ้านแหลมเจริญขึ้นเป็นวัดใหญ่ เนื่องจากมีผู้คนมาทำบุญนมัสการหลวงพ่อบ้านแหลมกันเรื่อยมา ต่อมาวัดนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีวรวิหาร ได้รับพระราชทานนามว่า วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ภายในบริเวณวัดเพชรสมุทรยังมีพิพิธภัณฑ์สงฆ์
จัดแสดงพระพุทธรูป และพระเครื่องสมัยต่างๆ  โบราณวัตถุเครื่องลายคราม และธรรมมาสน์บุษบกสมัยกรุงศรีอยุธยา ปกติไม่เปิดให้เข้าชม ต้องติดต่อเจ้าอาวาสก่อนล่วงหน้า
อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จันและพิพิธภัณฑ์เรือ  ตั้งอยู่ตำบลลาดใหญ่  ริมถนนเอกชัย (ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ ๔ กม.) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแด่ฝาแฝดสยามอิน-จันที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปทั่วโลก  ภายในบริเวณเป็นลานกว้างประดับด้วยต้นไม้ดอกไม้ อนุสรณ์แฝดสยามอิน-จันตั้งอยู่กลางลาน ด้านหน้ามีสระน้ำขนาดใหญ่  นอกจากนี้ยังมีอาคารโถงจัดแสดงชีวประวัติของแฝดสยามอิน-จัน  “ แฝดสยามอิน-จัน” เกิดที่จังหวัดสมุทรสงครามเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๓๕๔ (ค.ศ.๑๘๑๑) ประมาณปีพ.ศ.๒๓๗๑-๒๓๗๒ (ค.ศ.๑๘๒๘-๑๘๒๙)  กัปตันคอฟฟินและฮันเตอร์เดินทางมาติดต่อการค้าที่แม่กลอง พบฝาแฝดคู่นี้จึงขอนำกลับไปอเมริกาและอังกฤษ  เพื่อเปิดการแสดงในที่ต่างๆ  เรื่องราวชีวิตของแฝดสยามอิน-จัน ฝาแฝดที่มีร่างกายท่อนบนติดกันและสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติยาวนานจนถึงอายุ ๖๓ ปี  ได้รับการกล่าวขานทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในชื่อ “Siamese Twin”  
ในอาคารโถงเดียวกันนอกจากชีวประวัติแฝดสยามแล้ว ยังแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่ง เป็น พิพิธภัณฑ์เรือรวบรวมเรือพื้นบ้านหลายชนิดมาจัดแสดงไว้เพื่อให้เป็นที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวแม่กลอง พิพิธภัณฑ์เรือเปิดตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๖.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์
เปิดเวลา ๐๘.๐๐-๑๒.๐๐ น . ค่าเข้าชม ๑๕ บาท                 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๑๓๓๓
ตลาดหุบร่ม ตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟแม่กลอง ตลาดหุบร่มหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ตลาดเสี่ยงตาย หรือตลาดริม ทางรถไฟ ตั้งขายอยู่ริมทางรถไฟใกล้สถานีรถไฟแม่กลอง ความยาวของตลาดประมาณ ๑๐๐ เมตร บรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะวางขายสินค้าบนพื้นจนติดกับรางรถไฟ เวลารถไฟมาก็ต่างหุบร่มที่กางและเก็บสินค้าภายในพริบตา จนเป็นที่มาของชื่อตลาดหุบร่มนั่นเอง สินค้าที่วาง
ขายที่ตลาดแห่งนี้จะเป็นพวกผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่างๆ อาหารทะเลสด ๆ ขายกันในราคาไม่แพง จึงเป็นตลาดยอดนิยมของชาวบ้านบริเวณนั้นเพราะราคาถูกและคุณภาพดี
ตลาดแห่งนี้เปิดขายทุกวันเวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. เวลารถไฟวิ่งผ่านตลาดหุบร่ม วันละ ๘ รอบ (โดยประมาณ) ดังนี้ ๐๖.๒๐, ๐๘.๓๐, ๐๙.๐๐, ๑๑.๑๐, ๑๑.๓๐, ๑๔.๓๐, ๑๕.๓๐ และ ๑๗.๔๐ น.
                      การเดินทาง
                                  รถยนต์ วิ่งเข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ข้ามทางรถไฟแล้วจอดรถได้ที่บริเวณตรงข้ามวัดบ้านแหลม
                     รถประจำทาง ขึ้นรถสายกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม ลงที่สถานีขนส่ง
                    รถไฟ จากกรุงเทพฯ ขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ลงที่สถานีรถไฟมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร จากนั้นนั่งเรือข้ามฟาก (ท่าฉลอม) ไปที่สถานีรถไฟบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร  มุ่งตรงสู่สถานีรถไฟแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม

อำเภออัมพวา
อำเภออัมพวามีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์  สมัยก่อนเรียกกันว่า “แขวงบางช้าง” เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีความเจริญทั้งในด้านการเกษตรและการพาณิชย์ มีหลักฐานเชื่อได้ว่าในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองนั้น แขวงบางช้างมีตลาดค้าขายเรียกว่า “ตลาดบางช้าง” นายตลาดเป็นหญิงชื่อน้อย มีบรรดาศักดิ์เป็นท้าวแก้วผลึก นายตลาดผู้นี้อยู่ในตระกูลเศรษฐีบางช้าง ซึ่งต่อมาเป็นราชินิกุล “ณ บางช้าง”
พ.ศ. ๒๓๐๓ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย รัชสมัยพระเจ้าเอกทัศน์โปรดเกล้าฯ ให้นายทองด้วง (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรีซึ่งเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา  ภายหลังหลวงยกกระบัตรได้แต่งงานกับคุณนาค บุตรีเศรษฐีบางช้าง และย้ายบ้านไปอยู่หลังวัดจุฬามณี ต่อมาเมื่อไฟไหม้บ้านจึงได้ย้ายไปอยู่ที่หลังวัดอัมพวันเจติยาราม ปีพ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตก หลวงยกกระบัตรจึงตัดสินใจอพยพครอบครัวเข้าไปอยู่ในป่าลึก    ในระหว่างนี้ ท่านแก้ว (สมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์) พี่สาวของหลวงยกกระบัตร ได้คลอดบุตรหญิงคนหนึ่งตั้งชื่อว่า   “บุญรอด”
(ต่อมาได้เป็นสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์บรมราชินี ในรัชกาลที่ ๒)
ในช่วงสมัยกรุงธนบุรี พระยาวชิรปราการได้รวบรวมกำลังขับไล่พม่าออกไปหมดและสถาปนาขึ้นเป็นพระเจ้าตากสิน หลวงยกกระบัตรได้อพยพครอบครัวกลับภูมิลำเนาเดิมในช่วงนี้เองคุณนาคภรรยาก็ได้คลอดบุตรคนที่ ๔ เป็นชายชื่อ ฉิม (พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย) หลังจากนั้นหลวงยกกระบัตรก็ได้กลับเข้ารับราชการอยู่กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระราชวรินทร์เจ้ากรมพระตำรวจนอกขวา และได้ดำรงตำแหน่งจนเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ต้นราชวงศ์จักรีเริ่มเข้าสู่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์  คุณนาคภรรยาจึงได้รับสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระอมรินทรามาตย์  คุณสั้นมารดาคุณนาค ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระรูปศิริโสภาคมหานาคนารี
แต่เนื่องจากสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ทรงเป็นคนพื้นบ้านบางช้างมาก่อน จึงมีพระประยูรญาติต่างๆที่สนิทประกอบอาชีพทำสวนอยู่ที่บางช้าง เมื่อได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระอมรินทรามาตย์จึงนับเป็นราชินิกุล “บางช้าง” พระประยูรญาติจึงเกี่ยวดองเป็นวงศ์บางช้างด้วย และสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ มักทรงเสด็จเยี่ยมพระประยูรญาติเสมอ จึงมีคำกล่าวเรียกว่า “สวนนอก” หมายถึง สวนบ้านนอก ที่เป็นของวงศ์ราชินิกุลบางช้าง ส่วนบางกอก
ซึ่งเป็นส่วนของเจ้านายในราชวงศ์ก็เรียกว่า “สวนใน” มีคำกล่าวว่า “บางช้างสวนนอก บางกอกสวนใน” จนถึงใน สมัยรัชกาลที่ ๔ จึงยกเลิกไป  อำเภออัมพวาจึงเป็นเมืองที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทยมายาวนาน
วัดเขายี่สาร ตั้งอยู่ที่บ้านเขายี่สาร ตำบลเขายี่สาร เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจได้แก่ พระวิหารบนยอดเขามีลักษณะเป็นรูปเรือ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทสี่รอยซึ่งเป็นองค์ประธานของวัด พระมณฑปและบานประตูสลักไม้ศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายนับเป็นงานประณีตศิลป์ชั้นสูง พระอุโบสถบูรณะใหม่ประดิษฐ์ลวดลายปูนปั้นด้วยฝีมือช่างเมืองเพชร ภายในมีภาพจิตรกรรมฝีมือเดิม  บานหน้าต่างเป็นรูปบุคคลในพงศาวดารจีน ถ้ำพระนอนประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งมีนิ้วพระบาทเก้านิ้ว  นอกจากนี้ด้านล่างยังมีศาลประดิษฐานหลวงพ่อปู่ศรีราชามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านทั่วไป  มีงานนมัสการหลวงพ่อปู่กลางเดือนอ้ายของทุกปี
พิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร ตั้งอยู่ในบริเวณวัดเขายี่สาร โดยใช้อาคารศาลาการเปรียญของวัดเป็นพิพิธภัณฑ์ เริ่มก่อตั้งเมื่อพ.ศ.๒๕๓๙  ด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชนยี่สารที่มีความสำนึกในประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่น ชุมชนยี่สารเป็นชุมชนโบราณร่วมสมัยกับการเกิดกรุงศรีอยุธยา มีการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง เรื่องราวเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่น่าศึกษา  หาค้นคว้าได้จากพิพิธภัณฑ์บ้านเขายี่สาร อาคารชั้นล่างจัดแสดงภูมิปัญญาบ้านเขายี่สาร
ชีวิตวัฒนธรรมของผู้คน เครื่องมือผลิตยาสมุนไพร เครื่องใช้ไม้สอยของชาวบ้านในชุมชน   ชั้นบนจัดแสดงภาชนะ เครื่องมือเครื่องใช้ของชาวชุมชนเขายี่สาร เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๐๙.๐๐–๑๕.๐๐ น. ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ที่ตรงกับวันธรรมสวนะในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ส่วนวันจันทร์-ศุกร์เปิดให้เข้าชมเมื่อมีการติดต่อขอเข้าชมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๑ สัปดาห์  ถ้าเข้าชมเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน ๒๐ คน) ค่ามัคคุเทศก์บริการนำชม ๒๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คุณสิริอาภา รัชตะหิรัญ โทร. ๐ ๒๔๓๓ ๑๕๔๗, ๐๘ ๑๘๕๙ ๓๑๙๕ องค์การบริหารส่วนตำบลเขายี่สาร โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๓๑๐๘ โทรสาร ๐ ๒๔๓๓ ๑๕๔๗
การเดินทาง ไปตามถนนพระราม ๒ ประมาณกิโลเมตรที่ ๗๒ จะเห็นปั๊มน้ำมันปตท.ซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางเข้าวัดเขายี่สาร ตรงเข้าไปประมาณ ๗  กิโลเมตร
                                  ตลาดน้ำท่าคา ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าคา เป็นตลาดนัดทางน้ำที่ยังคงความเป็นธรรมชาติของวิถีชีวิตชาวบ้านซึ่งมีอาชีพทำสวนปลูกพืชชนิดต่างๆ   ชาวบ้านจะพายเรือนำผลผลิต พืชผักและผลไม้จากสวน เช่น พริก หอม กระเทียม น้ำตาลมะพร้าว  ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ ส้มโอมาขาย แลกเปลี่ยนกัน เฉพาะในวันขึ้นหรือแรม ๒ ค่ำ  ๗ ค่ำ  ๑๒ ค่ำ (ทุกๆ ๕ วัน) และวันเสาร์ อาทิตย์ตั้งแต่เวลาประมาณ ๐๘.๐๐–๑๑.๐๐ น. นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อเช่าเรือพายเที่ยวชมหมู่บ้านและเรือกสวนผลไม้ในบริเวณนั้นได้   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันเวลานัดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๒๐๘, ลุงจรูญ โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๑๒๓
การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๒ (เลยทางแยกเข้าวัดเกาะแก้วไปเล็กน้อย) มีทางแยกขวาไปอีก ๕ กิโลเมตร หรือเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางขึ้นรถได้ที่ตลาดตัวเมือง หน้าธนาคารทหารไทย สายท่าคา-วัดเทพประสิทธิ์ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐–๑๘.๐๐น. รถออกทุก ๒๐ นาที
วัดจุฬามณี ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตร ๓๔–๓๕ ตำบลบางช้าง เป็นวัดโบราณริมฝั่งคลองอัมพวาต่อเนื่องกับคลองผีหลอก วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สันนิษฐานว่า ท้าวแก้วผลึก(น้อย) นายตลาดบางช้าง ต้นวงศ์ราชินิกุลบางช้างเป็นผู้สร้างขึ้น  บริเวณหลังวัดเดิมเป็นนิวาสสถานของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ ) และคุณบุญรอด (สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๒)
วัดบางกะพ้อม  ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ ๓๗–๓๘ ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ)  เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่น่าสนใจอยู่ภายในวิหารเก่าของวัด ผนังวิหารด้านบนเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังลักษณะแตกต่างจากทั่วไป คือ เป็นปูนปั้นลวดลายนูนแสดงเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ ผนังวิหารด้านล่างโดยรอบมีช่องเจาะเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป นอกจากนี้กลางวิหารยังประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองขนาดใหญ่ซ้อนกันสี่รอยลดหลั่นกันไป สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงธนบุรี  เดิมมีแผ่นเงินหุ้มแต่ถูกขโมยไปเมื่อครั้งสงคราม   พระพุทธบาทรอยที่ซ้อนลึกที่สุดนั้นเป็นไม้ประดับมุกยังคงหลงเหลือลวดลายงดงาม บริเวณทางเข้าวัดจะเห็นร้านกาแฟเล็กๆซึ่งเป็นหลังคาจากจำหน่ายชา  กาแฟรสชาติหอม อร่อยแบบดั้งเดิม
                                  ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา  เป็นตลาดริมคลอง ตั้งอยู่ใกล้วัดอัมพวันเจติยาราม (จอดรถที่วัดอัมพวันเจติยารามได้) ทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์  ในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ช่วงเวลา ๑๒.๐๐-๒๐.๐๐ น. ในคลองอัมพวาจะมีพ่อค้าแม่ค้าพายเรือขายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น หอยทอด ก๋วยเตี๋ยว กาแฟ โอเลี้ยง ขนมหวานต่างๆ  และมีรถเข็นขายของบนบกด้วย บรรยากาศสบายๆ มีเพลงฟัง จากเสียงตามสายของชาวชุมชน ประชาชนสามารถเดินเที่ยวชมตลาดหาซื้ออาหารรับประทานและเช่าเรือไปเที่ยวชมดูหิงห้อยในยามค่ำคืนได้
ในปี ๒๕๕๑ ชุมชนริมคลองอัมพวา ได้รับรางวัลชมเชย  (Honourable Mention) จากการประกวดรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก แห่งองค์การยูเนสโก
ประจำปี ๒๕๕๑ (UNESCO Asia-Pacific Heritage Awards for Culture Heritage Conservation) ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการอนุรักษ์อาคารเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าและมีความงดงามด้านสถาปัตยกรรมและ
สะท้อนถึงลักษณะสำคัญทาง
ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
การเดินทาง  
รถยนต์  ใช้ถนนพระราม ๒(สายธนบุรี-ปากท่อ) (ทางหลวงหมายเลข ๓๕) ถึง กม.ที่ ๖๓ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวง ๓๒๕
สมุทรสงคราม-บางแพ กม.ที่ ๓๖-๓๗ มาทางแยกซ้ายเข้าไปทางที่จะไปอุทยานฯ ร.๒ ตลาดน้ำจะอยู่ใกล้กับอุทยานฯ ร.๒
รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพฯ-ดำเนินสะดวก มาลงที่ตลาดอัมพวา
                        โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ตั้งอยู่ที่ตำบลอัมพวา ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  มีพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนานำที่ดินที่คุณประยงค์ นาคะวะรังค์ ชาว อัมพวา ได้น้อมเกล้าฯ ถวายมาดำเนินการพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนอัมพวา เพื่อสืบสานภูมิปัญญาชาวบ้านและอนุรักษ์วิถีการดำเนินชีวิตของชาวอัมพวา และด้วยที่ "ชุมชนอัมพวา" เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นชาติไทย ซึ่งอนุชนรุ่นหลังสามารถหวนรำลึกและมองย้อนเห็นภาพอดีตอันรุ่งเรืองถึงความเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรม และประเพณีที่งดงามที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างน่าภาคภูมิใจ 
โครงการ "อัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์"  แบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วนต่าง ๆ ประกอบด้วย ภูมิสังคมและพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง สวนสาธิตการเกษตรเพื่อการเรียนรู้ อาทิ สวนมะพร้าวและพืชต่าง ๆ
ร้านค้าชุมชน ลานวัฒนธรรม นาคะ-วะรังค์ ลานสำหรับจัดกิจกรรมและจำหน่ายของที่ระลึกจากชาวอัมพวา ร้านกาแฟอายุกว่า ๒๐๐ ปี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอัมพวา เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงสิ่งของเครื่องใช้สมัยโบราณที่ค้นพบในอำเภออัมพวา ร้านชานชาลา จำหน่ายเครื่องดื่มและของว่าง บ้านครูเอื้อ แสดงนิทรรศการประวัติและผลงาน รวมทั้งข้าวของเครือง
ใช้ของครูเอื้อ สุนทรสนาน  หรือสุนทราภรณ์
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักประชาสัมพันธ์มูลนิธิชัยพัฒนา โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๔๔๒๕ ต่อ ๑๑๖, ๑๑๗, ๐ ๒๒๕๒ ๙๘๘๑ หรือ www.chaipat.or.th
บ้านครูเอื้อ อัมพวา ตั้งอยู่เลขที่ ๑๙๓-๑๙๕ ริมคลองอัมพวา ตำบลอัมพวา ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา ก่อตั้งโดยมูลนิธิสุนทราภรณ์ โดยการนำอาคารไม้โบราณ ริมคลองอัมพวา อันเป็นถิ่นกำเนิดของครูเอื้อ สุนทรสนาน เมื่อเกือบ ๑๐๐ ปีที่แล้ว เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการประวัติผลงานของครูเอื้อ ศูนย์รวมข้อมูลสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจค้นคว้าเรื่องราวของเพลงสุนทราภรณ์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เปิดให้แฟนเพลงเข้าไปนั่งฟังเพลง ค้นคว้า อ่านหนังสือ นอกจากนี้ยังแสดงของใช้ส่วนตัวของครูเอื้อ และภาพเก่า ๆ ที่หาชมได้ยาก รวมทั้งจำหน่ายของที่ระลึกและผลงานเพลงของครูเอื้อ สุนทรสนาน  สถานที่แห่งนี้ยังนับเป็นส่วนหนึ่งใน "โครงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวอัมพวา" ของมูลนิธิชัยพัฒนา ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯอีกด้วย บ้านครูเอื้อ...อัมพวา
เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เวลา ๑๑.๐๐-๒๐.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักประชาสัมพันธ์มูลนิธิชัยพัฒนา
โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๔๔๒๕ ต่อ ๑๑๖, ๑๑๗, ๐ ๒๒๕๒ ๙๘๘๑ และมูลนิธิสุนทราภรณ์ โทร. ๐ ๒๒๔๑ ๐๙๗๔ โทรสาร ๐ ๒๒๔๑ ๓๕๓๕, www.websuntaraporn.com, e-mail: soontaraporn@gmail.com
พิพิธภัณฑ์ขนมไทย ตั้งอยู่ชั้นล่างอาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลอัมพวา เป็นพิพิธภัณฑ์ขนมไทยที่มีชีวิตแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งขึ้นและดำเนินงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พิพิธภัณฑ์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา โดยจัดแสดงจำลองขนมไทยชนิดต่างๆ ความรู้เกี่ยวกับขนมไทย วิธีการทำขนมไทยและผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับขนมไทยในท้องถิ่น ซึ่งสามารถสะท้อนเรื่องราวในอดีตที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน 
เปิดให้เข้าชมฟรีในวันศุกร์ เวลา ๑๓.๐๐-๑๙.๐๐ น. วันเสาร์-วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา ๑๐.๐๐-๑๙.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดโทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๓๕๑
                                  วัดอัมพวันเจติยาราม อยู่ติดกับอุทยาน ร.๒ เป็นวัดของตระกูลราชินิกุลบางช้าง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑  หลังวัดแห่งนี้เคยเป็นนิวาสสถานเก่าของหลวงยกกระบัตร (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และ คุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ )  และเป็นสถานที่พระราชสมภพของรัชกาลที่ ๒ เชื่อกันว่าบริเวณพระปรางค์ของวัดอัมพวันเจติยาราม เดิมเป็นเรือนที่คุณนาคใช้เป็นที่คลอดคุณฉิมบุตรชาย ซึ่งต่อมาได้เป็น พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
วัดอัมพวันเจติยารามได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่  ๓  รัชกาลที่ ๔  และรัชกาลที่ ๕   ปัจจุบันวัดอัมพวันเจติยารามเป็นพระอารามหลวงชั้นโท พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุในวัดนี้ ส่วนใหญ่เป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งนับเป็นพระอุโบสถที่มีความงดงาม นอกจากนี้ยังมีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน
                                  การเดินทาง
                                  รถยนต์ ใช้ถนนพระราม ๒(สายธนบุรี-ปากท่อ)(ทางหลวงหมายเลข ๓๕) ถึงกิโลเมตรที่ ๖๓ เข้าตัวเมืองสมุทรสงครามและออกไปประมาณ ๖ กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗  มีทางแยกซ้าย  เข้าไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร
รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวก–ราชบุรี ลงหน้าวัดอัมพวันเจติยาราม
                                  อุทยานพระบรมราชานุสรณ์  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.๒)
เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ของ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไว้เป็นมรดกแก่ชาติ จนได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) บริเวณที่ก่อสร้างอุทยานพระบรมราชานุสรณ์นี้ พระราชสมุทรเมธี เจ้าอาวาสวัดอัมพวันเจติยารามเป็นผู้น้อมเกล้าฯถวาย มีพื้นที่ประมาณ ๑๑ ไร่ พื้นที่บริเวณนี้มีความสำคัญเพราะเป็นสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒)
ภายในอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ มีสิ่งที่น่าสนใจได้แก่
พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ลักษณะเป็นอาคารทรงไทย ๔ หลัง แบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น หอกลาง ภายในประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๒ และจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่น เครื่องเบญจรงค์ เครื่องถ้วย หัวโขน  ห้องชาย จัดแสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของชายไทยที่มีความกล้าหาญ มีพระพุทธรูปสำหรับบูชา รวมทั้งแท่นพระบรรทมซึ่งเชื่อว่าเป็นของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ห้องหญิง แสดงให้เห็นลักษณะความเป็นอยู่ของหญิงไทยโบราณ โต๊ะเครื่องแป้ง คันฉ่อง ชานเรือน จัดแสดงตามแบบบ้านไทยโบราณ ตกแต่งด้วยกระถางไม้ดัด ไม้ประดับ ห้องครัวและห้องน้ำ จัดแสดงลักษณะครัวไทยมีเครื่องหุงต้ม ถ้วยชามและห้องน้ำของชนชั้นกลาง   
นอกจากนี้ยังมีโรงละครกลางแจ้งและสวนพฤกษชาติเป็นสวนพันธุ์ไม้ในวรรณคดีนานาชนิดและมีร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง จำหน่ายพันธุ์ไม้  อุทยาน ร.๒ เป็นสถานที่ๆมีความร่มรื่น เหมาะสำหรับเข้าไปเยี่ยมชมบรรยากาศแบบไทยที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้ อุทยานฯเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยในวันจันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา ๐๘.๓๐–๑๗.๐๐ น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา ๐๘.๓๐–๑๗.๓๐ น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๕ บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๖๖๖ , ๐ ๓๔๗๕ ๑๓๗๖ โทรสาร ๐ ๓๔๗๕ ๑๓๗๖
การเดินทาง
รถยนต์ ใช้ถนนพระราม ๒(สายธนบุรี-ปากท่อ)(ทางหลวงหมายเลข ๓๕) ถึงกิโลเมตรที่ ๖๓ เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม ผ่านตัวเมือง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒๕
(สมุทรสงคราม-บางแพ)
กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗  มีทางแยกซ้ายไปอุทยานฯ เข้าไปอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร
รถโดยสายประจำทาง ขึ้นรถได้ที่ตลาดเทศบาลอำเภอเมือง สายแม่กลอง-บางนกแขวก–ราชบุรี ลงหน้าอุทยาน ร.๒
                                  ศิลปะการทำซออู้ บ้านพญาซอ ซอเป็นเครื่องดนตรีไทยพื้นบ้านภาคกลาง บ้านพญาซอเป็นบ้านช่างซออู้ ที่นำศิลปะการเล่นดนตรีไทยมาผนวกกับการแกะสลักซอเป็นลวดลายที่งดงาม โดยการนำผลมะพร้าวที่ใช้ทำซอซึ่งมีลักษณะพิเศษมาแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ เช่น ลายตัวละคร ลายพุดตาน ลายนามย่อ ลายนามปีนักษัตรเช่น ชวด ฉลู ปัจจุบันหาชมศิลปะการแกะสลักเช่นนี้ได้ยาก นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถชมศิลปะการแกะสลักซอและเรียนรู้การใช้ซอได้ที่ บ้านคุณสมพร เกตุแก้ว เลขที่ ๔๓ หมู่ ๕ ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๙๔๙
                                  การเดินทาง บ้านพญาซอ จากตัวเมืองสมุทรสงคราม ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (สมุทรสงคราม-บางแพ) กิโลเมตรที่ ๓๖-๓๗  มีทางแยกซ้ายไปอุทยาน ร.๒  บ้านพญาซออยู่เลยอุทยาน ร.๒ ไปประมาณ ๓ กิโลเมตร
วัดภุมรินทร์กุฎีทอง  ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตรงปากคลองประชาชมชื่นฝั่งตะวันตก ตำบลสวนหลวง สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมีมากมาย ได้แก่ กุฎีทอง ทำด้วยไม้สัก ประวัติเล่าว่า เศรษฐีบิดาของคุณนาค (สมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ )  ให้สมภารวัดบางลี่ตรวจดูดวงชะตาคุณนาค สมภารทำนายว่าจะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีบิดาคุณนาคจึงให้ คำมั่นว่า ถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวายให้วัด วัดบางลี่จึงได้ชื่อว่า วัดบางลี่กุฎีทอง ต่อมาวัดบางลี่ถูกน้ำเซาะที่ดินพังลง จึงรื้อกุฎีทองมาสร้างไว้ที่วัดภุมรินทร์ วัดนี้จึงได้ชื่อว่า วัดภุมรินทร์กุฎีทอง นอกจากนี้ ยังมี พิพิธภัณฑ์วัดภุมรินทร์และอุทยานการศึกษา  เป็นสถานที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่าสมควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์ไว้  เช่น พระพุทธรูป หนังสือไทย โถลายคราม และ เครื่องทองเหลือง  พระพุทธรูปเก่าแก่อายุกว่า ๓๐๐ ปี เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัยชื่อ พระพุทธรัตนมงคลหรือหลวงพ่อโต และ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยประดิษฐาน สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๔๙๒, ๐ ๓๔๗๕ ๑๐๘๕
บ้านดนตรี ตั้งอยู่ในบริเวณวัดภุมรินทร์กุฎีทอง โดยใช้อาคารโรงเรียนเป็นที่ทำการสอนดนตรีไทย ด้วยสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดสมุทรสงครามเล็งเห็นคุณค่าวัฒนธรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรอนุรักษ์สืบทอดให้ลูกหลานชาวสมุทรสงครามได้ภาคภูมิใจ จึงได้รวบรวมนักดนตรีไทยรุ่นเก่าๆที่สมัครใจ ให้อบรมสั่งสอนเด็กรุ่นใหม่เพื่อสืบทอดความเป็นเมืองแห่งดนตรีไทยไว้สืบชั่วลูกหลาน  เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๒
เป็นต้นมา  สอนวันจันทร์ พุธ ศุกร์และวันเสาร์-อาทิตย์ โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๑๕๐๐
วัดบางแคใหญ่  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง บริเวณปากคลองบางแค ตำบลแควอ้อม สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๗ ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระอุโบสถหลังใหญ่อายุกว่า
๑๕๐ ปี ด้านหน้ามีเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมสิบสองศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา พระประธานในอุโบสถปางมารวิชัยปั้นด้วยศิลาแลง มีธรรมเจดีย์ ๗ องค์สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๕
มีกำแพงแก้วล้อมรอบ และบนฝาประจัน
(ฝากั้นห้อง) กุฏิสงฆ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว เขียนในปลายสมัยรัชกาลที่ ๒ เป็นเรื่องราวการทำสงครามไทย-พม่า ซึ่งน่าจะเป็นครั้งที่ ร.๒ โปรดให้ไปขัดตาทัพที่ราชบุรีเมื่อปี
พ.ศ. ๒๓๖๔  ซึ่งไม่ได้เปิดให้ชมทั่วไปต้องขออนุญาต
การเดินทาง ไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๒ ประมาณ ๒ กิโลเมตร ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง จะเห็นวัดบางแคใหญ่
                                  บ้านแมวไทยโบราณ  เป็นสถานที่อนุรักษ์พันธุ์แมวไทยโบราณ  ตั้งอยู่เลขที่ ๒/๑ หมู่ ๗  ตำบลแควอ้อม บ้านแมวไทยโบราณเกิดจากการรวมตัวของเพื่อนที่นิยมเลี้ยงแมวไทย  เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์แมวไทยให้อยู่คู่กับประเทศไทยเป็นสมบัติของชาติตลอดไปและเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องคุณสมบัติและลักษณะที่ถูกต้องของแมว สนับสนุนด้านการค้นคว้าวิจัย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นรวมทั้งเพิ่มพูนความรู้ระหว่างสมาชิก แลกเปลี่ยนเรื่องและประสบการณ์การวิจัย การผสมพันธุ์กับองค์กรการเลี้ยงแมวที่เกี่ยวข้อง  คุณปรีชา  พุคคะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นผู้ดูแลบ้านแมวไทยโบราณเล่าให้ฟังว่า “ เดิมคุณแม่เป็นผู้เลี้ยงแมวไทยสายพันธุ์วิเชียรมาศ สมัยนั้นผมยังเด็กไม่ค่อยได้สนใจ พอโตขึ้น ถูกใช้ให้คลุกข้าวเลี้ยงแมว ช่วงนั้นมีแมวอยู่ในบ้านไม่มากนัก เลี้ยงมาเรื่อยๆ แมววิเชียรมาศ ไม่เคยขาดบ้าน มีความผูกพันกับแมวมาตลอด ต่อมามีเพื่อนฝูงที่นิยมเลี้ยงแมวมากขึ้น ไปมาหาสู่พูดคุยกันว่าน่าจะอนุรักษ์ไว้  เพราะแมวไทยเป็นแมวที่ฉลาด ช่างประจบ รักบ้าน รักเจ้าของและสวยสง่า มองดูสะดุดตา” แมวไทยมีหลายพันธุ์ทั้งพันธุ์สีสวาท
ศุภลักษณ์ โกญจา ภายในบ้านแมวไทยมีเรือนเพาะเลี้ยงแมวไทย แบ่งเป็นกรงเลี้ยงแมวไทยประเภทต่างๆ  บ้านแมวไทยโบราณ  เป็นสถานที่น่าสนใจเหมาะแก่การศึกษาหาความรู้เรื่องแมวไทยพันธุ์แท้ๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.๐ ๓๔๗๓ ๓๒๘๔, ๐๘ ๔๐๐๓ ๔๑๙๔
                                  การเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๒ ข้ามคลองประชาชมชื่น ผ่านวัดภุมรินทร์กุฎีทอง วัดบางแคใหญ่ จะเห็นป้ายบ้านแมวไทย
วัดบางแคน้อย ตั้งอยู่ที่ตำบลแควอ้อม ริมแม่น้ำแม่กลอง คุณหญิงจุ้ย(น้อย) วงศาโรจน์ เป็นผู้สร้างเมื่อพ.ศ. ๒๔๑๑ เดิมอุโบสถของวัดสร้างบนแพไม้ไผ่ผูกไว้กับต้นโพธิ์ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง  ปัจจุบันวัดนี้ได้รับการบูรณะอย่างดี  สิ่งที่น่าชมภายในวัด ได้แก่ ผนังภายในพระอุโบสถทำจากไม้สักแกะสลักเป็นเรื่องราวในพุทธประวัติ การประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และเรื่องพระเจ้าสิบชาติ ลวดลายสวยงามชัดเจนโดยฝีมือช่างแกะสลักจังหวัดเพชรบุรีซึ่งมีชื่อเสียงด้านการแกะสลักไม้  นับเป็นอุโบสถที่มีความงดงามในศิลปะการแกะสลักไม้  
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๒๒๒
                                  วัดอินทาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลเหมืองใหม่ เป็นวัดโบราณสร้างเมื่อพ.ศ.๒๓๐๐ ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่มาปฏิสังขรณ์ใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๓ สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระพุทธรูปหลวงพ่อโตอายุกว่า ๓๐๐ ปี พระอุโบสถสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง บานหน้าต่างและบานประตูเป็นไม้สักแกะสลักสุภาษิตสอนใจ ท่าน้ำของวัดเป็นอุทยานปลาตะเพียน นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารปลาได้  ส่วนหนึ่งของวัดจัดเป็นศูนย์ฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ใช้สมุนไพรควบคู่กับการปฏิบัติธรรมรักษาผู้ติดยาเสพติด  มีโครงการจัดทำพิพิธภัณฑ์เรือโบราณในอนาคต
โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๘๘๘, ๐ ๓๔๗๓ ๕๕๑๕
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ (ถนนสมุทรสงคราม-บางแพ) เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานพระศรีสุริเยนทร์ ลงสะพานแล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๓๐๖๒ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๐๒ ผ่านโรงพยาบาลอัมพวา แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข ๒๐๐๗ หรือใช้รถประจำทางสาย ๘๑๓๑ สมุทรสงคราม-ท่าเรือวัดแก้วเจริญ
วัดประดู่ ตั้งอยู่ที่ตำบลวัดประดู่  ตามหลักฐานบันทึกที่ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุเสด็จประพาสต้น เมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๗ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสต้นทางชลมารคมายังวัดประดู่ พระองค์ทรงมี         พระราชศรัทธาต่อหลวงปู่แจ้ง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น พระองค์ได้ทรงอาราธนาหลวงปู่แจ้งเข้าไปในพระราชวังและได้ถวายเครื่องราชศรัทธากับหลวงปู่แจ้ง เช่น เรือพร้อมเก๋งพระที่นั่ง ๔ แจว,พระแท่นบรรทม,ตาลปัตรพัดรองนามาภิไธย
ย่อ “จ.ป.ร.” และตาลปัตรพัดรองนารายณ์ทรงครุฑพร้อมปลอกหนังสำหรับคลุมตู้เล็กและตู้ทึบ, ปิ่นโต , สลกบาตรพร้อมฝาบาตรไม้ฝังมุกอักษรย่อ “ส.พ.ป.ม.จ”ซึ่งย่อมาจากคำว่า    สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์  และในปัจจุบันพระมหาสุรศักดิ์  อติสกโข เป็นเจ้าอาวาส ได้พัฒนาวัดและบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ ภายในวัดประดู่ อีกทั้งท่านยังเป็นผู้ที่คิดค้นประติมากรรมชิ้นแรกที่ใช้ดินสอพองของไทยมาปั้นเป็นหุ่นรูปเหมือนดังเช่น รูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาส รูปเหมือนแฝดสยามอินจัน รูปนิมิตผีบ้านผีเรือน   แม่นาค   แม่ย่านาง   ปู่โสมเฝ้าทรัพย์   รูปปั้นครูเอื้อ สุนทรสนาน  (สุนทราภรณ์)  และรูปปั้นคุณปู่ใหญ่  ยังมีสุข  (กรรมการวัดที่มีดำริสร้างพระอุโบสถและกุฏิหลังใหม่)
 สถานที่และสิ่งที่น่าสนใจภายในวัดประดู่ 
๑. อุโบสถหลวงพ่อใหญ่         ๒. พิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธารัชกาลที่ ๕    ๓.พระตำหนักสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก   ๔.ภาพจิตรกรรมเพดานเขียนด้วยสีฝุ่นสมัยรัชกาลที่ ๒     ๕. เก๋งเรือพระราชทานรัชกาลที่ ๕     ๖.ศูนย์สาธิตศิลปะการทำหัวโขนและเศียรครู      ๗.ต้นสะเดาประวัติศาสตร์   ๘. บ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์  ๙.หุ่นปั้นรูปเหมือนด้วยดินสอพอง ฯลฯ  สอบถามรายละเอียดที่วัดประดู่ โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๕๒๓๗

อำเภอบางคนที

                                  วัดแก่นจันทร์เจริญ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางพรม เป็นวัดเก่าแก่สร้างในปี พ.ศ.๒๓๕๐ เคยเป็นวัดร้างมาก่อน  ต่อมาพระครูสุนธร สุตกิจ(หลวงพ่อโห้) อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพลับ ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวบ้าน ได้บูรณะปรับปรุงซ่อมแซมวัดแก่นจันทร์เจริญแห่งนี้  วัดนี้เป็นที่จัดงานประเพณีตักบาตรขนมครกน้ำตาลทรายเพื่อสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นติดต่อกันมายาวนานกว่า ๑๐๐ ปี ในวันขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑๐ ของทุกปี ชาวบ้านก็จะรวมตัวกันที่ศาลาวัดแก่นจันทร์เจริญ เพื่อช่วยกันทำขนมครกโดยการซื้อเกลือ ซื้อถ่าน ซื้อข้าวสารมาหมักค้างคืนไว้ บ้างก็เก็บมะพร้าวจากสวน นำมาคั้นกระทิซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญของขนมครก เพื่อนำมาใส่บาตรให้กับพระภิกษุสงฆ์ที่วัด  นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการแข่งขันขูดมะพร้าว การแข่งขันโม่แป้ง การแข่งขันกินวิบาก การประกวดขนมครกไทยประยุกต์  โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๐๗๖๐, ๐ ๓๔๗๖ ๑๕๑๐
                                  การเดินทาง ใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-สมุทรสงคราม แล้วใช้เส้นทางเดียวกับทางไปอุทยาน ร.๒ (อัมพวา-บางนกแขวก) เลยอุทยาน ร.๒ ไปประมาณ ๓ กม.จะมีทางแยกขวาเข้าวัดแก่นจันทร์เจริญ
                                  ตลาดน้ำบางน้อย ตั้งอยู่ที่ปากคลองบางน้อย (วัดเกาะแก้ว) ตำบลกระดังงา อยู่ห่างจากอุทยาน ร.๒ อำเภออัม
พวาประมาณ ๕ กิโลเมตร ชุมชนปากคลองบางน้อยหรือบางน้อยนอกเคยเป็นย่านการค้าทางน้ำที่สำคัญมากจุดหนึ่งในลุ่มน้ำแม่กลอง เมื่อประมาณ ๔๐ ปีก่อน มาถึงวันนี้ ตลาดน้ำบางน้อยได้เปิดขายของในวันแรมและขึ้น ๔, ๘ และ ๑๓ ค่ำ และในวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ น. เป็นต้นไป สินค้าที่จำหน่ายมีทั้งผลผลิตทางการเกษตรจาก
ชาวสวน ผลไม้ต่างเช่น
ลิ้นจี่ มะม่วง ส้มโอ มะเฟือง ชมพู่ รวมทั้งอาหารคาวหวานอันขึ้นชื่อของสมุทรสงคราม อย่างกะปิคลองโคลนและมะนาวดองที่ชาวตลาดจะซื้อมะนาวจากชาวสวนมาดองเอง หรือจะเป็นโรตีแต้จิ๋ว เจ๊เรณูเจ้าเดียวที่ยังเหลืออยู่ในตลาดน้ำบางน้อย สามารถเดินเลียบคลองชมบรรยากาศบ้านไม้เก่าแก่และร้านค้าต่างๆที่เรียงรายริมคลองบางน้อยได
้อย่างเพลิดเพลิน 
พิพิธภัณฑ์ตั้งเซียมฮะ (บ้านไหพันใบ) ตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๐ หมู่ ๘ ตำบลกระดังงา เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่เกิดจาการเก็บรวบรวมสิ่งของด้วยใจรักของเจ้าของและเปิดให้เข้าชมด้วยไมตรจิต โดยไม่เก็บค่าเข้าชม (มีกล่องรับบริจาคหากต้องการสนับสนุนค่าใช้จ่ายพิพิธภัณฑ์) ชมเครื่องปั้นดินเผารูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่ยุคสุโขทัย กรุงรัตนโกสินทร์ ที่งมได้จากแม่น้ำแม่กลอง ชมคันฉ่องไม้สัก
ถาดนิเกิล เรือบดไม้สัก เตาเชิงกราน และของโบราณหายากหลายชนิด การเข้าชมควรติดต่อล่วงหน้า ๒ วัน ที่คุณธวัชชัย - คุณประพีร์ภัทร พิเสฏฐศลาศัย โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๐๙๘
                                  การเดินทาง ใช้เส้นทางผ่านอัมพวา อุทยาน ร.๒ ไปทางบางคนที พิพิธภัณฑ์อยู่ด้านซ้ายมือ ก่อนถึงสามแยกใกล้โบสคริสต์บางนกแขวก
                                  อาสนวิหารแม่พระบังเกิด   ตั้งอยู่หมู่ที่ ๗ ตำบลบางนกแขวก โบสถ์นี้เป็นสถานที่สักการะอันศักดิ์สิทธิ์ของคริสตชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ  สร้างขึ้นตั้งแต
่ปีพ.ศ. ๒๔๓๓ (ค.ศ.๑๘๙๐) โดยบาทหลวงเปาโลซัลมอน มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส ได้รับทุนสนับสนุนจากญาติพี่น้องของท่านในประเทศฝรั่งเศส คณะมิซซังต่างประเทศแห่งกรุงปารีส กรุงโรมและผู้ใจบุญในกรุงเทพฯใช้เวลาสร้างถึง ๖ ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๓๙ (ค.ศ.๑๘๙๖)  เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของประเทศฝรั่งเศส ฉาบด้วยปูนตำ ภายในประดับด้วยภาพกระจกสีสวยงดงาม มีรูปปั้น ธรรมาสน์เทศน์ อ่างล้างบาป ขาเทียนลักษณะต่างๆ และรูปแกะสลักบรรยายเกร็ดประวัติในพระคัมภีร์คริสตศาสนา  นับเป็นโบสถ์ที่มีความสวยงามไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำ      การเข้าชมควรติดต่อขออนุญาตจากบาทหลวงผู้รับผิดชอบก่อนล่วงหน้า เพื่อติดต่อวิทยากรบรรยาย โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๓๔๗
การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.๒) เข้าไปประมาณ ๕ กิโลเมตร  อาสนวิหารแม่พระบังเกิดอยู่เลยแยกสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์ไปประมาณ
๑๐๐ เมตร   
                                  วัดเจริญสุขารามวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลบางนกแขวก ห่างจากตัวอำเภอประมาณ ๕ กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระอุโบสถที่มีศิลปะการก่อสร้างเฉพาะตัว เพดานโบสถ์เป็นรูปโค้งคล้ายประทุนเรือ ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโตลักษณะเป็นพระปฏิมากรสมัยสุโขทัยสร้างด้วยศิลาแลง ขนาดหน้าพระเพลากว้าง ๑๗๘ เซนติเมตร สูงจากพื้นรองประทับถึงจุฬา ๒๐๘ เซนติเมตร บริเวณท่าน้ำหน้าวัดมีฝูงปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะปลาตะเพียนเงินและปลาตะเพียนทอง ประชาชนนิยมมาให้อาหารปลาและรับประทานก๋วยเตี๋ยวเรือรสชาติอร่อยบริเวณท่าน้ำ
การเดินทาง ไปตามเส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.๒) ประมาณ ๕ กิโลเมตร ผ่านอาสนวิหารแม่พระบังเกิด  ข้ามสะพานบางนกแขวก จะเห็นป้ายวัดอยู่ด้านขวามือ  เลี้ยวขวาเข้าประมาณ ๕๐๐ เมตร  
ค่ายบางกุ้ง ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลบางกุ้ง เมื่อมาถึงบริเวณค่ายจะมองเห็นแนวกำแพงจำลองสร้างไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์จากการสู้รบ ค่ายแห่งนี้เป็นค่ายทหารเรือไทยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ หลังจากเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ เมื่อพ.ศ. ๒๓๑๐ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายที่ตำบลบางกุ้ง เรียกว่า ค่ายบางกุ้ง เนื่องจากเมืองแม่กลองเป็นเส้นทางที่กองทัพพม่าใช้ในการเดินทัพ โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่ายเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่เคารพบูชาของทหาร พระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดให้คนจีนจากระยอง ชลบุรี ราชบุรีและกาญจนบุรีรวบรวมผู้คนมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่าย ค่ายนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนี่งว่า ค่ายจีนบางกุ้ง พระองค์ทรงให้ชื่อทหารเหล่านี้ว่า “ทหารภักดีอาสา”  ในปีพ.ศ.๒๓๑๑ พระเจ้ากรุงอังวะทรงยกทัพผ่านกาญจนบุรี มาล้อมค่ายจีนบางกุ้ง พระเจ้าตากสินมหาราชและพระมหามนตรี(บุญมา) ร่วมรบขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย นับเป็นค่ายทหารไทยที่สร้างความเกรงขามให้กองทัพพม่า สร้างขวัญกำลังใจให้คนไทยกลับคืนมา และเป็นสงครามครั้งแรกที่ไทยทำกับพม่าหลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี  ค่ายบางกุ้งแห่งนี้ถูกปล่อยให้รกร้างเกือบ ๒๐๐ ปี จนมาถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งเป็นค่ายลูกเสือขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระเจ้าตากสินมหาราชและได้สร้างศาลพระเจ้าตากสินไว้เป็นอนุสรณ์  
โดยทำพิธียกศาลเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๑  ภายในบริเวณค่ายยังมีโบสถ์ที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ชาวบ้านเรียกว่า  “โบสถ์หลวงพ่อดำ”
มีลักษณะพิเศษคือ โบสถ์ทั้งหลังปกคลุมด้วยต้นไม้ถึงสี่ชนิด คือ ต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร
ต้นกร่าง ชาวบ้านเรียกว่าโบสถ์ปรกโพธิ์และไม่ไกลนักเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
วัดบางกุ้ง อยู่ในเขตพื้นที่เดียวกับค่ายบางกุ้งแต่อยู่คนละฝั่งกัน มีถนนตัดผ่านกลาง ภายในวัด มีโบสถ์เก่าประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปั้นขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อโบสถ์น้อยและมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เป็นภาพพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมและภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งอยู่ในซุ้มขนาบข้างด้วยอัครสาวกนั่งพนมมือ  สอบถามรายละเอียดวัดบางกุ้ง
โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๑๖๓๑, ๐๘ ๙๒๐๑ ๙๖๘๔
การเดินทาง  ใช้เส้นทางสายสมุทรสงคราม-บางนกแขวก (เส้นทางเดียวกับอุทยาน ร.๒) ก่อนถึงอาสนวิหารแม่พระบังเกิด เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานสมเด็จพระอัมรินทร์
แล้วเลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ตรงไปประมาณ ๖ กิโลเมตร                                 

กิจกรรมที่น่าสนใจ

                                  ล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่กลอง สามารถเช่าเรือล่องชมทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ตลอดสองฝั่งแม่น้ำจะเห็นบ้านเรือนผู้คน และเรือนปั้นหยาซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีวัดต่างๆที่ตั้งอยู่ริมน้ำ เช่น  วัดอัมพวัน  วัดบางแคใหญ่ วัดบางแคน้อย วัดภุมรินทร์กุฎีทอง หรือ จะนั่งเรือเข้าไปในลำคลองเล็กๆผ่านสวนมะพร้าว สวนลิ้นจี่ บรรยากาศร่มรื่นและเป็นเส้นทางที่ยังไม่ค่อยมีผู้คนเข้าไปท่องเที่ยวมากก็น่าสนใจไปอีกแบบ

แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
                        กิจกรรมการปลูกป่าชายเลน ตำบลคลองโคนมีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สภาพแวดล้อมที่น่าสนใจบริเวณปากอ่าวแม่กลอง ตำบลคลองโคน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปได้สะดวก ปัจจุบันช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนได้มากกว่า ๒,๐๐๐ ไร่ ส่วนใหญ่เป็นต้นแสม ต้นลำพู ผู้สนใจสามารถนั่งเรือหางยาวชมพื้นที่ป่าชายเลน ชมนกนานาชนิดรวมทั้งลิงแสมและสัมผัสกับชีวิตชาวประมงอย่างใกล้ชิด อบต.คลองโคนจะจัดเตรียมเรือหางยาว กระดานเลน กล้าไม้และอุปกรณ์การปลูกไว้ให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมฟื้นฟูป่าชายเลน สอบถามรายละเอียดได้ที่ อบต.คลองโคน โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๑๓๒๙ หรือ วิสาหกิจชุมชนชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองโคลน อำเภอเมือง โทร.  ๐๘ ๖๑๗๗ ๗๙๔๒ ซึ่งเป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี ๒๕๕๐ ประเภทชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว
                                  การเดินทาง ไปตามถนนพระราม ๒ (สายธนบุรี-ปากท่อ) ทางหลวงหมายเลข ๓๕ ประมาณกิโลเมตรที่ ๗๒ จะเห็นปั๊มน้ำมันปตท. เลี้ยวซ้าย
(ซอยที่มีป้ายทางเข้าพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเขายี่สาร) เข้าไปประมาณ ๕๐๐ เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปประมาณ ๔ กิโลเมตร

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

                                  การทำน้ำตาลมะพร้าวโดยปราศจากสารฟอกสี

กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดาวโด่ง (นางเปรื่อง มรรคทรัพย์)
๓๔ หมู่ ๔ ตำบลคลองเขิน อำเภอเมือง โทร. ๐ ๓๔๗๑ ๔๙๐๐, คุณยุพาโทร. ๐๘ ๖๐๔๐ ๑๒๐๗
ศูนย์ท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์บ้านบางพลับ หมู่ ๔  ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที  โทร. ๐๘ ๙๘๒๙ ๗๑๐๐, ๐ ๓๔๗๖ ๑๙๘๕ เป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ ๗ ประจำปี ๒๕๕๑ ประเภทองค์กรสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยว ภาคกลาง
ผลิตภัณฑ์น้ำพริกต่างๆ
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเทิดไทร่วมใจ (นางทองห่อ สุดสวาท)
๔๗ หมู่ ๙ ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๕๑๐๖

โฮมสเตย์  
                        บ้านท่าคา ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านท่าคา ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา ดำเนินการโดยกลุ่มชาวหมู่บ้านท่าคา จนได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี ๒๕๕๐ ประเภทชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว
ผู้สนใจจะได้พักอยู่กับชาวบ้าน  ชมการเก็บน้ำตาลมะพร้าว การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว พายเรือแจวชมสวน พายเรือแจวชมหิงห้อยในยามค่ำ ปัจจุบันมีหิงห้อยเหลืออยู่ไม่มากแต่ยังพอมีให้เห็น หรือ เที่ยวชมตลาดน้ำท่าคา (แนะนำให้ไปพักในวันที่รุ่งขึ้นมีตลาดนัด) สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าคาโทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๒๐๘, ประชาสัมพันธ์ตลาดน้ำท่าคา โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๑๒๓ คุณมาลี วงศ์ประสิทธิ์ โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๐๙๔ คุณทวีป เจือไท
โทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๑๗๐  คุณทรัพย์ ผ่องเพชรโทร. ๐ ๓๔๗๖ ๖๑๙๐
บ้านสวนเรือนไทย (ตลาดน้ำท่าคา) ๒๗ หมู่ ๒ ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา  สัมผัสบรรยากาศวิถีชาวบ้านสวนริมคลองและมีกิจกรรมต่างๆ ใส่บาตรเช้า เดินชมสวน ชมการเคี่ยวตาล พายเรือชมวิถีชีวิตบ้านริมคลอง ชมหิงห้อยยามค่ำคืน นวดแผนโบราณ(จองล่วงหน้า) ล่องเรือเที่ยวตลาดน้ำท่าคา (ผู้ใหญ่อุไร สีเหลือง) โทร. ๐๘ ๖๗๘๙ ๘๑๓๐, ๐ ๓๔๗๖ ๖๓๒๒ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๔๘ ๒๐๕๔
บ้านริมคลอง (แถวคลองผีหลอก) ๔๓/๑ หมู่ ๖ ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง โทร. ๐ ๓๔๗๕ ๒๗๗๕,  ๐๘ ๑๖๕๙ ๑๑๘๙, ๐๘ ๙๑๗๐ ๒๙๐๔ จำนวน ๑๐ หลัง ราคา ๗๐๐-๙๐๐ บาท
(๗๐๐ บาท/คืน อาหาร ๒ มื้อ รวมล่องเรือชมหิงห้อยกับตลาดน้ำท่าคา   และ  ๙๐๐ บาท/ คืน อาหาร ๓ มื้อ ล่องเรือชมหิงห้อย ปลูกป่าชายเลนคลองโคน)
E-mail: baan-rimkhlong@yahoo.com มีกิจกรรมต่างๆ เช่น ล่องเรือชมสองฝั่งคลองและแม่น้ำแม่กลอง ชมศิลปหัตถกรรมไม้และกะลามะพร้าวของกลุ่มงานศิลป์ การนวดแผนโบราณ  ล่องเรือชมหิงห้อย
                        ศูนย์ต้อนรับนักท่องเที่ยว บ้านหัวหาด เป็นชุมชนที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี ๒๕๕๐ ประเภทชุมชนดีเด่นทางด้านการท่องเที่ยว
ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหัวหาด  ตำบลเหมืองใหม่ อำเภออัมพวา กิจกรรมตักบาตรตอนเช้า ชมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสนใจ ชมการเลี้ยงปลาทับทิม พายเรือเที่ยวชมสวนผลไม้ บ้านดนตรีไทย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณทองหยิบ แก้วนิลกุล โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๕๐๗๓
หมู่บ้านเรือนไทย ตั้งอยู่ที่หมู่ ๖ ตำบลปลายโพงพาง อำเภออัมพวา กิจกรรมตักบาตรตอนเช้า ไหว้พระวัดต่างๆ เที่ยวชมวิถีชีวิตไทยในคลอง เตาตาล บ้านทรงไทย สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กำนันธวัชร บุญพัดโทร. ๐๘ ๑๔๐๓ ๗๙๐๗, ๐ ๓๔๗๖ ๗๓๓๓, ๐ ๓๔๗๖ ๗๕๒๐, ๐๘ ๙๙๘๘ ๑๗๕๔ โทรสาร ๐ ๓๔๗๖ ๗๕๒๑
บ้านเรือไทยอัมพวาโฮมสเตย์ ๑๘ หมู่ ๖ ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา โทร. ๐๘ ๖๕๕๑ ๐๕๔๙, ๐ ๒๘๗๕ ๔๔๗๑ www.thaiboathouse.com จำนวน ๑ หลัง  (๖๕๐ -๑,๐๐๐ บาทต่อท่าน รวมค่าอาหาร ล่องแม่น้ำ ตักบาตร)
โฮมสเตย์ นายกอบต. สวนหลวง คลองประชาชมชื่น ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา โทร. ๐๘ ๑๗๙๓ ๕๕๖๐, ๐ ๓๔๗๕ ๑๐๒๓, ๐ ๓๔๗๓ ๒๖๒๓  จำนวน ๖ หลัง ราคา ๓๕๐ บาทต่อคน (อาหาร ๒ มื้อ ไม่รวมล่องเรือ) และ ๖๕๐ บาทต่อคน(อาหาร ๒ มื้อ รวมล่องเรือ ๒ รอบ ล่องเรือชมหิงห้อยตอนค่ำและตลาดน้ำท่าคาตอนเช้า)
โฮมสเตย์กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเทิดไทร่วมใจ  ตำบลเหมืองใหม่ โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๕๑๐๖ จำนวน ๘ หลัง (พักได้ ๑๐๐ คน) ราคา ๓๕๐ บาท/คน
โฮมสเตย์บ้านคลองช่อง ชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านคลองช่อง หมู่ ๕ ตำบลคลองโคน โทร. ๐ ๓๔๗๓ ๑๒๙๙ จำนวน ๕ หลัง ราคา ๘๐๐ บาท   (เป็นหมู่บ้านผลิตกะปิคลองโคนที่มีชื่อเสียง พัก ๑ คืนพร้อมอาหาร ๒ มื้อ กิจกรรมปลูกป่าชายเลน ถีบกระดานเลน ชมวิถีชีวิตประมง)

นำเที่ยวสมุทรสงคราม ๑ วัน

เส้นทางที่ ๑
เช้า                   ๐๖.๓๐ น.        ออกเดินทางจากกรุงเทพ ฯ ไปจังหวัดสมุทรสงคราม  ตามเส้นทางถนนเพชรเกษม
-ราชบุรี เข้าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม ทางแยกบางแพ-สมุทรสงคราม
๐๗.๓๐ น.                               เที่ยวชมตลาดน้ำท่าคา (มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และ วันขึ้นหรือแรม ๒ ค่ำ, ๗ ค่ำ, ๑๒ ค่ำ)
๐๙.๓๐ น.                                ชมการทำน้ำตาลมะพร้าว บริเวณเตาตาลบนทางหลวงหมายเลข ๓๒๕ กม.ที่ ๓๐-๓๔   
๑๐.๐๐ น.           จากนั้นออกเดินทางไปบ้านเบญจรงค์
๑๐.๑๐ น.           ชมการผลิตเครื่องเบญจรงค์
๑๐.๔๐ น.           เดินทางไปวัดอัมพวันและอุทยาน ร.๒ 
๑๒.๐๐ น.          รับประทานอาหารเที่ยง

บ่าย         ๑๓.๐๐ น.                 ชมศิลปะการทำซออู้ (บ้านพญาซอ) (ก่อนไปควรติดต่อล่วงหน้า)
๑๔.๐๐ น.           ชมอาสนวิหารแม่พระบังเกิด  (ก่อนไปควรติดต่อล่วงหน้าหากต้องการชมภายในวิหาร)
๑๕.๐๐ น.        เยี่ยมชมค่ายบางกุ้ง ชมโบสถ์ปรกโพธิ์
๑๖.๐๐ น.            เดินทางกลับกรุงเทพ ฯ ทางถนนพระราม ๒  (สายธนบุรี-ปากท่อ)  แวะซื้อของฝากที่ตลาดของดี  เมืองแม่กลอง กม.ที่ ๖๕ และที่ตลาดบางแก้ว กม.ที่ ๕๘ (มีจำหน่ายเฉพาะวันพฤหัสบดีหรือวันอาทิตย์)

เส้นทางที่ ๒

เช้า                   ๐๗.๐๐ น.        ออกจากกรุงเทพฯใช้เส้นทางถนนพระราม ๒ (สายธนบุรี-ปากท่อ)
๐๘.๐๐ น.                          เข้าชมพิพิธภัณฑ์วัดเขายี่สาร ถนนพระราม ๒  ประมาณ กม.ที่ ๗๒
(สำหรับผู้สนใจกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การล่องเรือชมโครงการปลูกป่าชายเลน  โปรดติดต่อล่วงหน้าที่ อบต.คลองโคน ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง)
๑๐.๐๐ น.          เที่ยวชมดอนหอยหลอด นมัสการศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  (มีบริการนั่งเรือไปดอนหอยหลอด)   
๑๒.๐๐ น.                           รับประทานอาหารเที่ยง  หลังจากนั้นแวะซื้อของฝากบริเวณดอนหอยหลอด

บ่าย                  ๑๓.๐๐ น.          ชมโบสถ์ไม้สักทองฝังมุก  วัดศรัทธาธรรม (วัดมอญ) และชิมกาละแม-รามัญ
๑๔.๐๐ น          เข้าตัวเมืองสมุทรสงคราม นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม  วัดเพชรสมุทรวรวิหาร
๑๕.๐๐ น.                         แวะอนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน-จันและพิพิธภัณฑ์เรือ
เดินทางกลับกรุงเทพฯ เส้นทางถนนสายเอกชัย

เทศกาลงานประเพณี 
งานสุนทราภรณ์คืนถิ่นเดิมอัมพวา  จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม ที่อุทยาน ร.๒ อำเภออัมพวา
                                  งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ ๒ อำเภออัมพวา ภายในงานมีการแสดง สาธิตการทำขนมไทยโบราณ การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงโขนกลางแจ้ง และการจำหน่ายงานศิลปหัตถกรรม รวมทั้งสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ
                                  งานวันลิ้นจี่  จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ที่อำเภออัมพวา (จัดเป็นบางปี ขึ้นอยู่กับผลผลิตของลิ้นจี่)
งานนมัสการและสรงน้ำหลวงพ่อบ้านแหลม  จัดขึ้นในวันที่ ๑๓-๑๙ เมษายน ที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อำเภอเมืองสมุทรสงคราม
งานมหกรรมอาหารริมเขื่อนอัมพวาและตลาดน้ำยามเย็น  จัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม  หน้าที่ว่าการอำเภออัมพวา
                                  งานส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่  จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมของทุกปี
งานประเพณีทำบุญตักบาตรขนมครก-น้ำตาลทราย  จัดขึ้นในเดือน ๑๐ ขึ้น ๘ ค่ำ  ของทุกปี
ณ วัดแก่นจันทร์เจริญ  อำเภอบางคนที ประเพณีตักบาตรขนมครกนี้เลียนแบบมาจากประเพณีการตักบาตรขนมเบื้องของพระราชพิธีในวัง ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สืบทอดมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาจนถึงปลายรัชสมัยรัชกาลที่ ๕  ปัจจุบันชาวบ้านจะร่วมแรงร่วมใจนำข้าวสารมาหมักค้างคืนไว้ พอถึงรุ่งเช้าก็จะช่วยกันโม่แป้ง เก็บมะพร้าวมาคั้นกะทิ หลังจากนั้นก็ช่วยกันหยอดแป้งทำขนมครกและร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์  ภายในงานมีการแข่งขันขูดมะพร้าว การแข่งขันโม่แป้ง การแข่งขันกินวิบาก การประกวดขนมครกไทยประยุกต์ 
งานประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง  จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทง ที่อุทยาน ร.๒
และวัดภุมรินทร์กุฏีทอง  อำเภออัมพวา 
                                  เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง จัดขึ้นบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เดือนธันวาคม
งานวันกล้วยไม้บานในอุทยาน ร.๒  จัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม ของทุกปี ณ อุทยาน ร.๒
อำเภออัมพวา  

ข้อแนะนำในการท่องเที่ยว
*   ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวหรือข้อมูลสถานที่นั้นๆก่อนเช่นในด้านประวัติศาสตร์
*   ศึกษาฤดูกาลของธรรมชาติเช่น ดอกไม้  นกอพยพ หรือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทาง
*  ช่วยรักษาทรัพยากรการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็น แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหรือแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
*  ไม่ประพฤติปฏิบัติขัดต่อวิถีชีวิตและประเพณีนิยมของคนในท้องถิ่น
*  ในระหว่างการเดินทางไม่ควรประมาทและต้องคำนึงถึงความปลอดภัย
*  ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โดยเคร่งครัด

ใบอนุญาติประกอบธุระกิจเลขที่ 22 - 0258
บริษัท วี.ไอ.พี.ทราเวล แอนด์ เซอวิส : เลขที่ 79/207 หมู่ 22 บ้าน ฟ้าใส ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000
โทร 081-764-4877 , แฟกซ์ 053-713339

อีเมล์: viptravelandservice@hotmail.com>>viptravelandservice@gmail.com

http://www.viptravelandservice.com, http://www.chiangraitourandtrekking.com, http://www.chiangraitourandcarrent.com,
http://www.viphotelsbooking.com
   
 
CoppyRight ©V.I.P.Travel And Service Tours Company Chiang Rai Thailand