www.viptravelandservice.com
 
 
 

ข้อมูลท่องเที่ยวจังหวัดอื่นๆ
ภาคเหนือ มี 9 จังหวัด
จังหวัดเชียงราย
จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดน่าน
จังหวัดพะเยา
จังหวัดแพร่
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
จังหวัดลำปาง
จังหวัดลำพูน
จังหวัดอุตรดิตถ์


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 21 จังหวัด
จังหวัดกาฬสินธุ์
จังหวัดขอนแก่น
จังหวัดชัยภูมิ
จังหวัดนครพนม
จังหวัดนครราชสีมา
จังหวัดบึงกาฬ
จังหวัดบุรีรัมย์
จังหวัดมหาสารคาม
จังหวัดมุกดาหาร
จังหวัดยโสธร
จังหวัดร้อยเอ็ด
จังหวัดเลย
จังหวัดสกลนคร
จังหวัดสุรินทร์
จังหวัดศรีสะเกษ
จังหวัดหนองคาย
จังหวัดหนองบัวลำภู
จังหวัดอุดรธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดอำนาจเจริญ
จังหวัดบึงกาญจน์


ภาคกลาง มี 21 จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
จังหวัดกำแพงเพชร
จังหวัดชัยนาท
จังหวัดนครนายก
จังหวัดนครปฐม
จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดนนทบุรี
จังหวัดปทุมธานี
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพิจิตร
จังหวัดพิษณุโลก
จังหวัดเพชรบูรณ์
จังหวัดลพบุรี
จังหวัดสมุทรปราการ
จังหวัดสมุทรสงคราม
จังหวัดสมุทรสาคร
จังหวัดสิงห์บุรี
จังหวัดสุโขทัย
จังหวัดสุพรรณบุรี
จังหวัดสระบุรี
จังหวัดอ่างทอง
จังหวัดอุทัยธานี


ภาคตะวันออก มี 7 จังหวัด
จังหวัดจันทบุรี
จังหวัดฉะเชิงเทรา
จังหวัดชลบุรี
จังหวัดตราด
จังหวัดปราจีนบุรี
จังหวัดระยอง
จังหวัดสระแก้ว

ภาคตะวันตก
มี 5 จังหวัด
จังหวัดกาญจนบุรี
จังหวัดตาก
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดเพชรบุรี
จังหวัดราชบุรี


ภาคใต้ มี 14 จังหวัด
จังหวัดกระบี่
จังหวัดชุมพร
จังหวัดตรัง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดปัตตานี
จังหวัดพังงา
จังหวัดพัทลุง
จังหวัดภูเก็ต
จังหวัดระนอง
จังหวัดสตูล
จังหวัดสงขลา
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จังหวัดยะลา

 

ที่เที่ยวจังหวัดตาก

ธรรมชาติน่ายล ภูมิพลเขื่อนใหญ่ พระเจ้าตากเกรียงไกร เมืองไม้ และป่างาม

                เมืองตาก เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีชื่อเดิมว่า “เมืองระแหง” ในอดีตเป็นเมืองที่มีชาวมอญอาศัยอยู่มาก่อน ดังมีหลักฐานศิลปะมอญปรากฏอยู่ ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านตาก เมืองนี้สร้างขึ้นก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็น      ราชธานี เมื่อได้สถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแล้ว เมืองตากมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญด้านฝั่งตะวันตก และยังเป็นเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับพระมหาราชในอดีตถึง ๔ พระองค์ ที่เสด็จมาชุมนุมกองทัพ ณ ดินแดนเมืองตากแห่งนี้      ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายตัวเมืองตากจากฝั่งขวา   ของแม่น้ำปิงมายังฝั่งซ้ายบริเวณตำบลบ้านระแหงจนกระทั่งทุกวันนี้
ตาก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๔๒๖ กิโลเมตร มีเนื้อที่  ๑๐,๒๕๔,๑๕๖ ไร่ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็น  ภูเขา และป่าไม้ เป็นจังหวัดที่มีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่ยังคงความสมบูรณ์ของป่า และธรรมชาติ อาทิ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช อุทยานแห่งชาติแม่เมย อุทยานแห่งชาติลานสาง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ตลอดจนมีน้ำตกที่     นักท่องเที่ยวผู้รักการผจญภัย และนิยมการล่องแก่งต้องมาเยือนสักครั้ง คือ น้ำตกทีลอซู และน้ำตกทีลอเร  นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ยังเป็นจังหวัดที่มีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อทั้งดอกไม้ และผลไม้ โดยเฉพาะทับทิม ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีผลใหญ่ และกำลังได้รับความนิยมมาก

อาณาเขต
ทิศเหนือ                 ติดต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง
ทิศตะวันออก        ติดต่อกับจังหวัดสุโขทัย
ทิศตะวันตก           ติดต่อกับสหภาพพม่า โดยมีแม่น้ำเมย และทิวเขาถนนธงชัยเป็นพรมแดน 
ทิศใต้                      ติดต่อกับจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร และกาญจนบุรี
ระยะทางจากอำเภอเมืองตากไปอำเภอใกล้เคียง
อำเภอบ้านตาก                       ๒๒           กิโลเมตร                             
อำเภอสามเงา                          ๕๖            กิโลเมตร
อำเภอแม่สอด                        ๘๖            กิโลเมตร
อำเภอแม่ระมาด                     ๑๒๐         กิโลเมตร
อำเภอพบพระ                        ๑๓๕         กิโลเมตร                             
อำเภอท่าสองยาง                   ๑๗๐         กิโลเมตร
อำเภออุ้มผาง                          ๒๕๑        กิโลเมตร
กิ่งอำเภอวังเจ้า                       ๓๘           กิโลเมตร
ระยะทางจากจังหวัดตากไปจังหวัดใกล้เคียง
กำแพงเพชร                                           ๖๘          กิโลเมตร                               
สุโขทัย                                                   ๗๙          กิโลเมตร               
พิจิตร                                                      ๑๕๗       กิโลเมตร
นครสวรรค์                                            ๑๘๕       กิโลเมตร
อำเภอแม่สะเรียง (แม่ฮ่องสอน)            ๒๘๐      กิโลเมตร
การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข ๓๒ ถนนสายเอเซีย ผ่านประตูน้ำพระอินทร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑ อีกครั้ง ผ่านกำแพงเพชร และตรงไปจังหวัดตาก รวมระยะทาง ๔๒๖ กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๕.๓๐ ชั่วโมง
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-ตาก ทั้งช่วงเช้า และช่วงเย็น เวลา ๐๕.๓๐-๑๓.๐๐ น. และ ๑๖.๓๐-๒๒.๐๐ น. และกรุงเทพฯ-แม่สอด ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐-๑๙.๐๐ น. ทุกวัน สอบถาม               รายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่งหมอชิตใหม่ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒-๖๖ www.transport.co.th และมีบริษัทเดินรถเอกชน ได้แก่ บริษัท ทันจิตต์ ทัวร์ วิ่งระหว่าง กรุงเทพฯ-ตาก ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐-๒๒.๐๐ น., กรุงเทพฯ-แม่สอด เวลา ๒๒.๐๐ น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๑๓๐๗ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๓๒๑๐-๑๓ และบริษัท เชิดชัย ทัวร์ วิ่งระหว่าง กรุงเทพฯ-ตาก ตั้งแต่เวลา ๑๒.๓๐-๒๒.๐๐ น. กรุงเทพฯ-แม่สอด มีรถออกเที่ยวเดียวคือ เวลา ๒๒.๑๕ น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๑๐๕๔, ๐ ๕๕๕๑ ๑๐๕๗ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๐๑๙๙
เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงไปจังหวัดเมืองตาก แต่สามารถใช้เที่ยวบิน กรุงเทพฯ-พิษณุโลก แล้วเดินทางไปจังหวัดตากโดยรถประจำทาง สอบถามเที่ยวบินได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. ๑๕๖๖, ๐ ๒๒๘๐ ๐๐๖๐ และ ๐ ๒๖๒๘ ๒๐๐๐  HYPERLINK "http://www.thaiairways.com" www.thaiairways.com หรือภูเก็ตแอร์ บินเส้นทาง กรุงเทพฯ – แม่สอด สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานการบินภูเก็ตแอร์ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๖๗๙ ๘๙๙๙ อำเภอแม่สอด โทร.๐ ๕๕๕๓ ๑๔๔๐, ๐ ๕๕๕๓ ๑๗๓๐ www.phuketairlines.com
การเดินทางจากจังหวัดตากไปจังหวัดใกล้เคียง
บริษัท ขนส่ง จำกัด และ บริษัทเดินรถเอกชน จัดรถโดยสารปรับอากาศ และรถธรรมดาวิ่งระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิษณุโลก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น อำเภอบ่อไร่ จังหวัดจันทบุรี สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่ง จังหวัดตาก โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๑๐๕๗ สถานีขนส่ง อำเภอแม่สอด โทร. ๐ ๕๕๕๓ ๒๙๔๙ และ บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด ถนนอินทรคีรี อำเภอแม่สอด วิ่งระหว่างแม่สอด-เชียงราย-แม่สาย โทร. ๐ ๕๕๕๓ ๒๓๓๑ 

สถานที่น่าสนใจ 
อำเภอเมืองตาก
ศาลหลักเมืองสี่มหาราช ตั้งอยู่เชิงสะพานกิตติขจร ก่อนเข้าตัวเมืองตาก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เมืองตากเป็นเมืองเก่ามีมาก่อนสมัยกรุงสุโขทัย เป็นเมืองที่มีพระมหาราชเจ้าในอดีตได้เสด็จมาชุมนุมกองทัพที่เมืองตากถึง ๔ พระองค์ คือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทรงชนช้างกับขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแกรง แล้วยกทัพกลับราชอาณาจักรไทย โดยเสด็จผ่านดินแดนเมืองตากเป็นแห่งแรก สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงนำทัพไปตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ และได้สร้างวัดพระนารายณ์ ปัจจุบันอยู่ที่เชิงสะพานกิตติขจร และ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เคยได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองตากเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของอดีตมหาราช    ทั้งสี่พระองค์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดตาก จึงได้จัดสร้างศาลหลักเมืองสี่มหาราชขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ที่ถนนจรดวิถีถ่อง ใกล้กับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศาลนี้แต่เดิมอยู่ที่วัดดอยเขาแก้วฝั่งตรงข้ามกับตัวเมือง ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๙๐ ชาวเมืองเห็นว่าศาลนั้นไม่สมพระเกียรติ จึงช่วยกันสร้างศาลขึ้นใหม่พร้อมกับให้กรมศิลปากรหล่อพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดใหญ่กว่าพระองค์จริงเล็กน้อย ในพระอิริยาบถที่กำลังประทับอยู่บนราชอาสน์ มีพระแสงดาบพาดอยู่ที่พระเพลา ที่ฐานพระบรมรูปมีคำจารึกว่า “พระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.  ๒๒๗๗ สวรรคต พ.ศ. ๒๓๒๕ รวม ๔๘ พรรษา” ศาลนี้เป็นที่เคารพสักการะของประชาชนทั่วไป
วัดโบสถ์มณีศรีบุญเรือง ตั้งอยู่ที่บ้านรมณีย์ ถนนตากสิน ตำบลหนองหลวง วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๑ บูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ ภายในวัดมีพระอุโบสถที่สร้างขึ้นสมัยรัชการที่ ๔ ผนังโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามยิ่ง และเจดีย์ทรงมอญบรรจุพระธาตุไว้ส่วนบนของยอดฉัตร ในวิหารประดิษฐานพระประธานที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อพุทธมนต์” สร้างสมัยสุโขทัย ราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ มีพุทธลักษณะที่งดงามมาก
วัดดอยข่อยเขาแก้ว หรือวัดพระเจ้าตาก  ตั้งอยู่ริมถนนเลี่ยงเมือง สาย จ.๓ ตำบลแม่ท้อ ห่างจากลำน้ำปิงฝั่งตะวันตกประมาณ ๒๕๐ เมตร ในสมัยเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ดำรงตำแหน่งพระยาตาก พระองค์ได้เสี่ยงทายที่วัดนี้   โดยกล่าวว่า “ถ้าข้าพเจ้ามีบุญญาบารมีมากพอที่จะเป็นที่พึ่งของอาณาประชาราษฎร์ ได้อย่างเที่ยงแท้แน่นอน ขอให้ไม้เคาะระฆังที่จะขว้างไปยังถ้วยแก้วซึ่งตั้งอยู่ห่างประมาณ ๕ วา ให้ถูกจำเพาะท่อนกลางที่คอดกิ่วของถ้วยแก้วแล้วแตกหักออกไป ขออย่าให้ส่วนอื่นของถ้วยแก้วแตกเสียหาย ฯลฯ ปรากฏว่า เมื่อพระองค์ขว้างไม้เคาะระฆังออกไป ก็เป็นอย่างที่พระองค์ได้เสี่ยงอธิษฐาน เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของบรรดาพุทธบริษัทที่มาร่วมบำเพ็ญกุศลที่วัดดอยข่อยเขาแก้ว จนเล่าลือกันว่า “พระยาตากเป็นผู้มีบุญญาธิการและบารมีที่มหัศจรรย์ยิ่ง” ภายหลังจากการเสี่ยงทายแล้ว พระองค์ได้ให้ช่างนำลูกแก้วไปติดไว้ที่ยอดเจดีย์วัดดอยข่อยเขาแก้วลูกหนึ่ง อีกลูกหนึ่งข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้ขออนุญาตนำไปติดไว้ที่ยอดเจดีย์วัดกลางสวนดอกไม้ หลายปีผ่านไป ลูกแก้วที่ติดยอดเจดีย์ทั้งสองแห่งนั้น ได้หลุดหายไป เนื่องจากยอดพระเจดีย์ได้หักพังลงมา และในพงศาวดารกล่าวว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จไปยังเมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ. ๒๓๑๗ เสด็จไปหาสมภารวัดดอยข่อยเขาแก้ว และตรัสถามถึงเรื่องลูกแก้วที่พระองค์ทรงเสี่ยงทายเมื่อครั้งยังเป็นพระยาตากอยู่ วัดนี้สันนิษฐานว่าสร้างแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา มีโบราณสถานที่สำคัญประกอบด้วย โบสถ์มีใบเสมาคู่ที่แสดงว่าพระมหากษัตริย์ทรงอุปถัมภ์ เจดีย์และพระพุทธบาทจำลองอยู่ในโบสถ์ ด้านหน้ามีเจดีย์  ๒  องค์ บรรจุอังคารบิดา มารดาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปัจจุบันวัดนี้ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
                วัดมณีบรรพตวรวิหาร อยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๑ ใกล้โรงพยาบาลตาก ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นวัดหลวงประจำจังหวัด และวัดพัฒนาตัวอย่าง ด้านหลังเป็นเจดีย์เหลี่ยมทรงมอญย่อมุมไม้สิบหก ภายในอุโบสถมีพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่วัดนี้ และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแสงทอง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสน หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว ชาวบ้านอัญเชิญมาจากวัดร้างแห่งหนึ่งในตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด เมื่อพ.ศ. ๒๔๗๓ ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองตาก
วัดสีตลาราม หรือ วัดน้ำหัก  ตั้งอยู่ที่บ้านจีน ถนนตากสิน ตำบลระแหง เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัด เหตุที่ชาวบ้านเรียกวัดน้ำหัก เพราะในสมัยก่อนบริเวณด้านตะวันตกของวัดเป็นแม่น้ำปิง กระแสน้ำไหลหักวน เนื่องจากเมื่อถึงหน้าน้ำหลาก น้ำจากห้วยแม่ท้อซึ่งไหลแรงมากได้ไหลตัดกระแสน้ำของแม่น้ำปิงให้เบนหักมายังท่าน้ำหน้าวัดนี้ ต่อมาได้มีการถมดินสองฝั่งแม่น้ำร่องน้ำเปลี่ยนไป จึงไม่มีคุ้งน้ำที่มีกระแสน้ำไหลวนให้เห็นอีก  ภายในวัดมีบรรยากาศร่มรื่น โบสถ์ และอาคารเรือนไม้สร้างตามศิลปะยุโรป พระอุโบสถของวัดเคยถูกไฟไหม้แต่ได้มีการสร้างขึ้นใหม่ หน้าอุโบสถมีวิหารคต สร้างด้วยไม้แกะสลักลวดลาย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสมัยอยุธยา
ตรอกบ้านจีน  อยู่ใกล้วัดสีตลาราม สมัยที่ลำน้ำแม่ปิงยังไม่ถูกถมเพื่อขยายฝั่ง ในอดีตเคยเป็นย่านการค้า และเส้นทางลำเลียงสินค้า เครื่องอุปโภค บริโภค ที่ส่งมาจากปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อมาขึ้นที่บ้านท่าจีน ปัจจุบันยังคงมีเรือนไทยโบราณสร้างด้วยไม้สักทรงไทย ซึ่งหาดูได้ยากไว้ให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชม
วัดเขาถ้ำ  ตั้งอยู่ที่บ้านแพะ ถนนพหลโยธิน ตำบลไม้งาม แยกขวาจากทางหลวงหมายเลข ๑ กิโลเมตรที่ ๔๒๓ เข้าไปประมาณ ๙๐๐ เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๗ วัดเขาถ้ำนี้มีหินที่เป็นธรรมชาติวางเรียงรายเป็นชั้นสลับซับซ้อนกันทางเข้าถ้ำเป็นเขาสูงประมาณ ๗๐ เมตร ภายในวัดเขาถ้ำมีรอยพระพุทธบาทจำลอง พระสังกัจจายน์ เจ้าแม่กวนอิม และหลวงพ่อทันใจประดิษฐานอยู่ในอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปที่ปั้นด้วยปูนเสร็จภายในหนึ่งวัน บนยอดเขามีเจดีย์ตั้งอยู่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองตาก ทุก ๆ ปี หลังวันสงกรานต์จะมีการจัดงานประเพณี “ขึ้นวัดเขาถ้ำ” โดยมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของไทย และสรงน้ำพระพุทธบาทจำลอง

เส้นทางตาก-แม่สอด ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ 
อุทยานแห่งชาติลานสาง บ้านลานสาง ตำบลแม่ท้อ ห่างจากตัวจังหวัดตากประมาณ ๒๐ กิโลเมตร มีพื้นที่       ๖๕,๐๐๐ ไร่ ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนติดต่อกันเกือบตลอดพื้นที่ ส่วนที่สูงที่สุดอยู่บริเวณด้านทิศตะวันตก ทิศใต้ แล้วลาดต่ำลงมาทางทิศตะวันออก มีลำธารไหลผ่านหลายสาย เช่น ลำห้วยลานสาง ห้วยท่าเล่ย์ คลองห้วยทราย ห้วยอุมยอม ป่าในเขตอุทยานฯ มีทั้งป่าดงดิบ ป่าสนเขา ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ สลับกันไปตามลักษณะภูมิประเทศ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ หมูป่า เก้ง เต่าปูลู เลียงผา ชะมด นกปรอดเหลืองหัวจุก จิ้งก่าบิน เป็นต้น
ตามตำนานเล่ากันว่า เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เสด็จยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่ครั้งที่ ๒ ได้ทรงหยุดพักพลที่บ้านระแหง แขวงเมืองตาก มีชาวมอญเข้ามาสวามิภักดิ์ด้วยเป็นจำนวนมาก ทหารพม่าจึงติดตามเข้ามา สมเด็จพระเจ้า     กรุงธนบุรีได้เสด็จยกทัพไปขับไล่ และพลัดหลงกับกองทัพ ประจวบกับเป็นเวลากลางคืน และสภาพพื้นที่เป็นป่าเขารกทึบยากแก่การติดตาม กองทัพไทยจึงหยุดพัก ขณะที่พักกันอยู่นั้นได้เกิดมีแสงสว่างพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และได้ยินเสียงม้าศึกร้อง จึงรีบพากันไปยังจุดนั้น ก็พบสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีประทับม้าอยู่กลางลานหิน มีแสงสว่างออกมาจากพระวรกาย มีทหารพม่าคุกเข่าหมอบอยู่โดยรอบ ขณะนั้นเป็นเวลาฟ้าสางพอดี จึงเรียกบริเวณนั้นว่า “ลานสาง” สถานที่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีประทับม้ายังคงมีอยู่ในปัจจุบัน คือ บริเวณน้ำตกลานสาง และที่บริเวณลานหินจะมีรอยเกือกม้าของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีอยู่ด้วย
สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
น้ำตกผาลาด เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นเนินหิน ไหลลดหลั่นลงมาสลับซับซ้อนกันเป็นลานหินกว้าง มีความลาดชันเล็กน้อย มีความกว้าง ๒๕ เมตร ยาว ๔๐ เมตร กระแสน้ำของลำห้วยลานสางที่ไหลบ่าไปตามแผ่นหินรวมตัวไหลลงสู่แอ่งเล็ก ๆ 
น้ำตกลานเลี้ยงม้า (ชั้นที่ ๑) อยู่ตอนต้นของลำห้วยลานสาง ถัดขึ้นไปจากน้ำตกผาลาด ๒๐๐ เมตร มีลักษณะเป็นเนินหินเตี้ย ๆ ตรงกลางเว้าเป็นช่องว่าง กว้างประมาณ ๖ เมตร กระแสน้ำที่ไหลมาตามลำห้วยลานสาง เมื่อไหลมาถึงเนินหินเตี้ย ๆ   น้ำจะไหลเข้ามาตามช่องหินสู่พื้นน้ำเบื้องล่าง น้ำตกชั้นนี้มีความสูงประมาณ ๕ เมตร
น้ำตกลานสาง(ชั้นที่ ๒) อยู่ตอนต้นของห้วยลานสาง ถัดขึ้นไปจากน้ำตกลานเลี้ยงม้าประมาณ ๒ กิโลเมตร ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ๒๐๐ เมตร เป็นน้ำตกชั้นที่มีผู้นิยมไปมากที่สุด มีความสูงประมาณ ๔๐ เมตร น้ำตกไหลพุ่งออกมาจากซอกเขา แล้วไหลลดหลั่นลงมา ๓ ชั้น รวมตัวลงสู่แอ่งน้ำ และไหลลงสู่น้ำตกลานเลี้ยงม้า
น้ำตกผาเงิน (ชั้นที่ ๓) เป็นน้ำตกที่เกิดจากห้วยผาเงิบ น้ำจากห้วยผาเงิบจะไหลลงสู่ห้วยลานสางบริเวณใกล้ ๆ กับน้ำตกลานสาง น้ำตกผาเงิบมีความสูง ๑๙ เมตร จะมีน้ำเฉพาะฤดูฝน และฤดูหนาว ความงามของน้ำตกอยู่ที่ผาเงิบ มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันเป็นหลืบเหลี่ยม บางตอนมีหินงอก และหินย้อย
น้ำตกผาผึ้ง (ชั้นที่ ๔) อยู่สูงขึ้นไปตามซอกเขา ห่างจากน้ำตกลานสาง ๗๕๐ เมตร เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา มีลักษณะเป็นหน้าผาเรียบ มีความลาดชันประมาณ ๗๐ องศา สูง ๓๐ เมตร ลำห้วยลานสางเมื่อไหลมาถึงยอดน้ำตกจะไหลบ่าแผ่กระจายเป็นละอองฝอยสีขาวไปตามหน้าผาลดหลั่นลงมาตามชั้นหินเล็ก ๆ เป็นบริเวณกว้างลงสู่แอ่งน้ำตก
น้ำตกผาเท อยู่สูงขึ้นไปตามลำห้วย ห่างจากน้ำตกผาผึ้ง ๑.๒ กิโลเมตร ตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ผ่านลำห้วยลานสาง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ที่มีสภาพป่าและชนิดของพันธุ์ไม้ที่แตกต่างกัน น้ำตกผาเทเป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีลักษณะเป็นหน้าผามีความชัน สูง ๒๕ เมตร เมื่อน้ำห้วยลานสางไหลตามซอกด้วยความเร็วมาถึงยอดหน้าผาซึ่งเป็นท้องน้ำตกที่มีการลดระดับต่ำลงอย่างรวดเร็ว น้ำจะพุ่งพ้นยอดผาเป็นสายลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างด้วยความแรงจนน้ำกระจายเป็นฝอยทำให้เกิดเสียงดังครืน ๆ ได้ยินแต่ไกล
น้ำตกผาน้ำย้อยเป็นน้ำตกที่ไหลผ่านช่องแคบ ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ สู่แอ่งน้ำที่กว้าง และมีความลึกมาก
น้ำตกท่าเลย์เป็นน้ำตกที่มีลักษณะลาดชันไหลลดหลั่นลงมาจากหน้าผา มีความสูง ๕๐ เมตร
จุดชมวิว อุทยานฯ มีจุดชมวิวอยู่บนยอดเขาน้อยสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ และทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองตากได้ โดยมีทางขึ้นบริเวณศาลเจ้าพ่อข้างศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย เด็ก ๑๐ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐ บาทชาวต่างประเทศ เด็ก ๑๐๐ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท รถยนต์ ๔ ล้อ ราคา ๓๐ บาท (ไม่รวมคนขับ)
สถานที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพัก ๓ หลัง ราคาหลังละ ๕๐๐-๑,๕๐๐ บาท ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์มาเองเสียค่าสถานที่กางเต็นท์ ราคา ๓๐ บาท/คน/คืน สอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติลานสาง ตู้ ปณ. ๘ ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ๖๓๐๐๐
โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๙๒๗๘-๙ หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th
การเดินทาง จากตัวเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕  สายตาก-แม่สอด ห่างจากตัวเมือง ๑๙ กิโลเมตร ถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่
๑๒-๑๓ เลี้ยวซ้ายไป ๓ กิโลเมตร จะถึงบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือเดินทางโดยรถประจำทางสามารถนั่งรถสายกรุงเทพฯ-ตาก มาลงที่สถานีขนส่งในอำเภอเมือง แล้วต่อรถตู้สายตาก-แม่สอด ลงที่ปากทางเข้าอุทยานฯ และเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๔๓๐ กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช  มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในเขตป่าแม่ท้อ ตำบลแม่ท้อ ตำบลพะวอ อำเภอเมือง และป่าแม่ละเมา อำเภอแม่สอด มีเนื้อที่ ๑๖๕,๒๕๐ ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงชัน มีภูเขาสลับซับซ้อน  สภาพป่าสมบูรณ์ เป็นอุทยานฯ ที่มีป่าหลายชนิด เช่น ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ อุทยานฯ มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ ๒๐ องศาเซลเซียส ฝนตกชุกในเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ฤดูหนาวมีอุณหภูมิเฉลี่ย ๖ องศาเซลเซียส ในเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
พื้นที่ป่าแห่งนี้ในอดีตเคยใช้เป็นเส้นทางเดินทัพของไทย และพม่า ใน พ.ศ. ๒๓๐๕ พระเจ้าอลองพญากษัตริย์พม่าได้ยกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยา ในระหว่างยกทัพกลับทรงประชวร และสิ้นพระชนม์ในป่านี้
สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
ต้นกระบากใหญ่ เป็นต้นไม้ที่ขึ้นในบริเวณหุบเขาของป่าดงดิบ เป็นพันธุ์ไม้เนื้ออ่อนมีลักษณะลำต้นตรงเปลา
(คือ ลำต้นสูงชะลูดไม่มีกิ่งที่ลำต้น) เรือนยอดเป็นพุ่มกลมเปลือกสีน้ำตาลปนเทา มีอายุประมาณ ๗๐๐ ปี มีขนาดวัดโดยรอบได้ ๑๖.๔๐ เมตร หรือราว ๑๔ คนโอบ สูง ๕๐ เมตร เป็นต้นกระบากที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เส้นทางเดินลงไปชมต้นกระบากใหญ่ทางอุทยานฯ ได้จัดทำเป็น เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมระบบเชิงนิเวศของป่าด้วย ผู้ที่จะเดินลงไปชมต้นกระบากใหญ่ควรมีความพร้อมทางร่างกาย เพราะทางเดินค่อนข้างชัน ต้นกระบากใหญ่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๔ กิโลเมตร เป็นทางรถยนต์ประมาณ ๓ กิโลเมตร และเป็นทางเดินเท้าลงเขาชันอีกประมาณ ๑ กิโลเมตร   
สะพานหินธรรมชาติ มีลักษณะเป็นแท่งหินขนาดใหญ่เชื่อมหน้าผาสองแห่งเข้าด้วยกัน มีความกว้าง และความสูงประมาณ ๒๕ เมตร เบื้องล่างมีลำธารไหลผ่าน ถัดออกไปประมาณ ๕๐ เมตร มีถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ ไปจนถึงกิโลเมตรที่ ๓๕ แล้วแยกเข้าศูนย์เพาะชำกล้าไม้ตาก และตรงไปประมาณ ๖ กิโลเมตร จากนั้นเดินเท้าต่ออีก ๒ กิโลเมตร ถึงสะพานหินธรรมชาติ
น้ำตกปางอ้าน้อย เป็นน้ำตกขนาดกลางมีน้ำไหลตลอดทั้งปี สูงประมาณ ๒๐ เมตร อยู่ห่างจากต้นกระบากใหญ่ไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๒ กิโลเมตร
ถ้ำธารลอดผาขาว-ผาแดง อยู่ห่างจากที่ทำการ ๓๕ กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยผาขาว-ผาแดง มีความสูง ๓๐ เมตร มีถ้ำธารลอดเกิดจากลำห้วยผาแดง ซึ่งไหลเลาะลงถ้ำด้านล่าง ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยสวยงาม
น้ำตกแม่ย่าป้า เป็นน้ำตกขนาดกลางที่เกิดจากลำห้วยแม่ย่าป้า อยู่ในป่าทึบ มีน้ำไหลลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นตามร่องห้วย แล้วไหลลงสู่ลำห้วยแม่ท้อ การเดินทาง ไปน้ำตกแม่ย่าป้านั้นยังไม่สะดวกนัก นักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเดินป่าควรติดต่อขอคนนำทางกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ก่อน
น้ำตกสามหมื่นทุ่ง  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำห้วยสามหมื่นหลวง มีความสูง ๓๐ เมตร มีน้ำไหลตลอดทั้งปี
อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย เด็ก ราคา ๑๐ บาท ผู้ใหญ่ ราคา ๒๐ บาท ชาวต่างประเทศ  เด็ก ราคา ๑๐๐ บาท ผู้ใหญ่ ราคา ๒๐๐ บาท รถยนต์ ๔ ล้อ ราคา ๓๐ บาท (ไม่รวมคนขับ)
สถานที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน ๘ หลัง ราคาหลังละ ๕๐๐-๑,๕๐๐ บาท มีเรือนนอน พักได้ ๖๐ คน ราคา ๒,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ยังมีค่ายพักแรมที่เล่นแคมป์ไฟได้ และนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเอง ทางอุทยานฯ ได้จัดสถานที่ตั้งเต็นท์ไว้เสียค่ากางเต็นท์ ๑๐๐ บาท/คน/คืน และอุทยานฯ มีร้านอาหารบริการแต่ต้องติดต่อล่วงหน้า  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ตู้ ปณ. ๑๐ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ๖๓๐๐๐ โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๑๔๒๙ หรือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th
การเดินทาง ใช้เส้นทางสายตาก-แม่สอด ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๖ มีทางแยกขวาเข้าไปประมาณ ๒ กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ หรือนั่งรถตู้ประจำทางสายตาก-แม่สอด มาลงที่ปากทางแยกเข้าอุทยานฯ บริเวณกิโลเมตรที่ ๒๖ แล้วจากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไปอุทยานฯ อีก ๒ กิโลเมตร

อำเภอแม่สอด
อยู่ห่างจากอำเภอเมืองตาก ๘๖ กิโลเมตร ได้รับการจัดตั้งเป็นอำเภอมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๑ เดิมชื่อพระหน่อเก่         ตัวอำเภออยู่ในที่ราบระหว่างภูเขา ส่วนหนึ่งเป็นเทือกเขาในฝั่งประเทศไทย อีกส่วนหนึ่งเป็นเทือกเขาฝั่งสหภาพพม่า อำเภอแม่สอดมีพื้นที่ประมาณ ๒,๖๐๐ ตารางกิโลเมตร ประชากรมีทั้งชาวเขา และคนที่อพยพจากอำเภอเมืองเข้าไปตั้งถิ่นฐานอยู่ รวมทั้งชาวพม่าที่มีภรรยา และบุตรเป็นคนไทยด้วย
ประวัติความเป็นมาของอำเภอแม่สอดนั้นยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่าจะเป็นเมืองฉอดของขุนสามชนที่เคยยกทัพไปตีกรุงสุโขทัยหรือไม่ ยังไม่มีผู้ใดพิสูจน์ได้ เมื่อดูตามสภาพบ้านเมืองของอำเภอแม่สอดนั้น ไม่พบว่ามีสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่มีอายุอยู่ในยุคของสุโขทัยได้เลย ฉะนั้นจึงน่าเชื่อได้ว่าไม่ใช่เมืองเดียวกัน ขณะนี้ได้มีนักโบราณคดีพบซากเมืองโบราณอยู่ในป่าทึบ ในท้องที่อำเภอแม่ระมาด อาจจะเป็นเมืองฉอดตามศิลาจารึกกรุงสุโขทัยก็ได้
วัดมณีไพรสณฑ์ ตั้งอยู่ในตลาดแม่สอด ภายในวัดมีเจดีย์วิหารสัมพุทเธ มีลักษณะแปลกคือ บนองค์เจดีย์มีเจดีย์    เล็ก ๆ ล้อมรอบถึง ๒๓๓ องค์ และพระพุทธรูปบรรจุอยู่ถึง ๕๑๒,๐๒๘ องค์ มีโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า ๒๐๐ ปี ที่บริเวณหน้าบัน และหลังคาโบสถ์มีลายไม้ฉลุสวยงาม บริเวณโดยรอบวัดมีซุ้ม และศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ได้แก่ หลวงพ่อสังกัจจาย พระพุทธรูปปูนปั้นปางพุทธไสยาสน์ เป็นต้น
วัดชุมพลคีรี ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลแม่สอด เป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี มีเจดีย์สร้างใหม่จำลองแบบมาจากเจดีย์ชเวดากองของสหภาพพม่า ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย ส่วนในวิหารเป็นที่เก็บกลองโบราณมีอายุกว่า ๒๐๐ ปี
น้ำตกแม่กาษา อยู่ที่ตำบลแม่กาษา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทางเดินขึ้นไปบนเขาสูง มีถ้ำ และธารน้ำกว้างประมาณ ๕ เมตร เป็นทางจากปากถ้ำถึงน้ำตก การเดินทาง จากเส้นทางสายแม่สอด-แม่ระมาด (ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕) ประมาณกิโลเมตรที่ ๑๓-๑๔ มีป้ายทางเข้าเขียนว่า บ้านแม่กื๊ดสามท่า จากปากทางเข้าไปประมาณ ๔ กิโลเมตร และมีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร
บ่อน้ำร้อนแม่กาษา  อยู่ที่ตำบลแม่กาษา บ่อน้ำร้อนนี้อยู่ในตัวหมู่บ้าน มีความกว้างประมาณ ๒ เมตร  เป็นธารน้ำร้อนไหลมาพบกับธารน้ำเย็น เมื่อผ่านเข้าไปในบริเวณหมู่บ้านจะได้กลิ่นกำมะถันกรุ่นอยู่ทั่วไป และมีไอน้ำจาง ๆ ลอยขึ้นเหนือพื้นดินเล็กน้อย เมื่อเข้าไปดูที่ปากบ่อจะเห็นน้ำเดือดชัดเจน อุณหภูมิของน้ำสูงพอสมควร และมีห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัวบริการ บริเวณหมู่บ้านมีธรรมชาติที่สวยงามล้อมรอบด้วยภูเขาสูง และไร่นา การเดินทาง จากเส้นทางสายแม่สอด-แม่ระมาด ตรงกิโลเมตรที่ ๑๓-๑๔ ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกแม่กาษา เข้าไปประมาณ ๗ กิโลเมตร ผ่านเข้าไปในหมู่บ้านถึงบ่อน้ำร้อนแม่กาษา
ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตตาก (ดอยมูเซอ) ตั้งอยู่ที่ตำบลพะวอ บนดอยมูเซอ อยู่ในความดูแลของ กรมประชาสงเคราะห์ เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ศูนย์ฯ นี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า ๘๐๐ ฟุต เริ่มตั้งแต่กิโลเมตรที่ ๒๕-๒๖ มีเนื้อที่ทั้งหมด ๒๖,๕๐๐ ไร่ ชาวเขาที่อาศัยอยู่ในบริเวณดอยมูเซอ ได้แก่ เผ่ามูเซอดำ ม้ง หรือแม้ว และลีซอ ปัจจุบันชาวเขาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยส่วนใหญ่จะอพยพมาจากมณฑลทางตอนใต้ของประเทศจีน และเมืองปันในเขตรัฐฉานของสหภาพพม่า รวมทั้งเขตเชียงตุงด้วย ในบริเวณศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาฯ ได้จัดตั้ง “ศูนย์วัฒนธรรมชาวเขาบ้านอุมยอม” ที่ให้ความรู้และคำแนะนำแก่ผู้นำชาวเขาในการจัดการท่องเที่ยว มีการจัดแสดงเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ จำลองบ้านมูเซอตัวอย่าง ส่วนบริเวณด้านนอกจัดทำเป็นลานเต้น จะคึ จำลอง (จะคึ คือการเต้นรำของเผ่ามูเซอ โดยจะเต้นตลอดทั้งวันทั้งคืน ผลัดเปลี่ยนกันเต้นตลอดเวลาไม่ให้เสียงกระทืบเท้าขาดหายไปจนกว่างานจะเลิก ในช่วงที่มีงานทุกคนจะหยุดทำงาน ถ้าใครทำจะถูกปรับ และสิ่งที่ทุกคนต้องทำ คือการออกเดินทางไปเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านอื่นไม่ว่าจะไกล หรือใกล้ก็ตาม นอกจากนั้นยังมี เส้นทางศึกษาวิถีชีวิตของชาวบ้านอุมยอม โดยชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ลักษณะของเรือนพักอาศัย หรือหากสนใจจะพักค้างแรมในหมู่บ้านติดต่อโทร. ๐ ๕๕๕๑ ๓๖๑๔ และมี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมการทำสวนชา กาแฟ ไร่ข้าว แหล่งน้ำซับ ระหว่างทางมีน้ำตกให้เที่ยวพักผ่อนอีกด้วย เส้นทางนี้ใช้ระยะเวลาเดินทางไป-กลับประมาณ ๑ วัน นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดตาก ตู้ ปณ. ๒ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ๖๓๐๐๐ โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๓๖๑๔
การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ สายตาก-แม่สอด ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๕-๒๖ จะมีทางแยกซ้ายเลียบไปตามไหล่เขาอีก ๓ กิโลเมตร
สถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตตาก บนเทือกเขาถนนธงชัย อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ๙๐๐ เมตร เป็นสถานที่ทดลองวิจัยเมล็ดพันธุ์กาแฟ ชา ผลไม้ ผักต่าง ๆ และดอกไม้เมืองหนาว ในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ดอกบัวตองบนเทือกเขา บริเวณที่ตั้งสถานีฯ จะออกดอกบานสะพรั่งสวยงามมาก
ตลาดสินค้าพื้นเมืองชาวเขาดอยมูเซอ ตั้งอยู่ริมเส้นทางสายตาก-แม่สอด ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ บริเวณกิโลเมตรที่ ๒๙ เป็นตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาวเขา ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องเงิน และพืชผลต่าง ๆ ทางการเกษตร เปิดจำหน่ายทุกวัน
ศาลเจ้าพ่อพะวอ ตั้งอยู่บนเนินดินเชิงเขาพะวอ ถนนสายตาก-แม่สอด บริเวณกิโลเมตรที่ ๖๒-๖๓ ศาลนี้เป็นที่เคารพนับถือของชาวเมืองตาก และชาวอำเภอแม่สอดมาก เล่ากันว่าท่านเป็นนักรบชาวกะเหรี่ยง ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงแต่งตั้งให้เป็นนายด่านอยู่ที่ด่านแม่ละเมา เพื่อคอยป้องกันข้าศึกมิให้ข้ามเข้ามาได้  เดิมทีศาลเจ้าพ่อพะวออยู่อีกด้านหนึ่งของเขา ต่อมาได้มีการตัดถนนสายใหม่จึงได้ย้ายศาลมาสร้างขึ้นใหม่มีผู้เล่าว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้าใครไปล่าสัตว์ในบริเวณเขาพะวอแล้วมักจะเกิดเหตุต่าง ๆ เช่น รถเสีย เจ็บป่วย หรือหลงทาง เพราะเหตุเจ้าพ่อพะวอท่านเป็นนักรบ จึงชอบเสียงปืน ทำให้ผู้ที่เดินทางมาสักการะมักยิงปืนถวาย จุดประทัด หรือบีบแตรถวายท่านเป็นการแสดงความเคารพ
เนินพิศวง อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ ๖๘ สายตาก-แม่สอด มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนินที่แปลก คือเมื่อนำรถไปจอดไว้ตรงทางขึ้นเนินโดยไม่ได้ติดเครื่อง รถจะไหลขึ้นเนินไปเองจึงมีนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ถึงสาเหตุสรุปว่าเป็นภาพลวงตา เนื่องจากได้มีการวัดระดับความสูงของเนินลูกนี้แล้วปรากฏว่า ช่วงที่มองเห็นเป็นที่สูงนั้น มีระดับความสูงต่ำกว่าช่วงที่เห็นเป็นทางลงเนิน ดังนั้นรถที่เรามองเห็นไหลขึ้นนั้นที่จริงไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าเหตุใดจึงมองเห็นเป็นภาพลวงตาเช่นนั้นได้
วัดโพธิคุณ หรือ วัดห้วยเตย อยู่ในตำบลแม่ปะ ริมทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ สายตาก-แม่สอด บริเวณกิโลเมตรที่ ๖๙ เป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี (วัดป่า) สิ่งที่น่าสนใจ คือ พระอุโบสถที่สร้างและออกแบบโดยคุณศมประสงค์ ชาวนาไร่ ที่ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจของเขากับการก่อสร้างพระอุโบสถหลังนี้นานถึง ๑๘ ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ โดยไม่ขอรับค่าจ้างแม้แต่บาทเดียว ตัวพระอุโบสถคล้ายเรือลำใหญ่สร้างเป็นสามชั้น ชั้นล่างไม่มีการตกแต่งใด ๆ ชั้นที่สองมีการตกแต่งผนัง เพดาน และหัวเสา ชั้นที่สามเป็นส่วนของพระอุโบสถที่ใช้สำหรับประกอบศาสนาพิธีต่าง ๆ ตกแต่งอย่างละเอียดประณีตทั้งในส่วนของผนัง เสา และเพดาน ในลักษณะของประติมากรรมนูนต่ำผสมผสานกับการระบายสี ประดับกระจกและปิดทอง มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นพระประธาน ภายนอกตัวพระอุโบสถประดับด้วยลวดลายชั้นบรมครูที่มีความละเอียดอ่อน สลับซับซ้อน ประณีตงดงาม ที่แสดงให้เห็นว่าผู้สร้างได้อาศัยรูปแบบของศิลปตามแนวประเพณีมาสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ตามจินตนาการได้อย่างมีชีวิตชีวา
วัดไทยวัฒนาราม  เดิมชื่อ วัดแม่ตาวเงี้ยว หรือ วัดไทยใหญ่  ตั้งอยู่หมู่ ๑ ตำบลท่าสายลวด ห่างจากตัวอำเภอแม่สอดไปประมาณ ๕ กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ ๘๔ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ สายตาก-แม่สอด เส้นที่จะไปตลาดริมเมย ก่อนถึงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า เป็นวัดในพระพุทธศาสนานิกายมหายานของชาวไทยใหญ่ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม พิธีกรรมต่าง ๆ ได้รับอิทธิพลมาจากสหภาพพม่า สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๐ โดยนายมุ้ง เป็นชาวพม่ารัฐฉาน ที่อพยพครอบครัวมาอาศัยอยู่ที่อำเภอแม่สอด และเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของหมู่บ้านแม่ตาว ต่อมาได้รับพระราชทานนามว่า หมื่นอาจคำแหงหาญ ใน พ.ศ. ๒๕๐๐ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้เป็นวัดพระพุทธศาสนาสังกัดกรมศาสนา ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธมหามุณี ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่จำลองมาจากพระพุทธมหามุณีอันศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองมัณฑเลย์ สหภาพพม่า เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดตากศรัทธาเลื่อมใสกันมาก
สะพานมิตรภาพไทย-พม่า ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด เป็นสะพานที่สร้างข้ามแม่น้ำเมย ระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับเมืองเมียวดี สหภาพพม่า มีความยาว ๔๒๐ เมตร กว้าง ๑๓ เมตร สำหรับประชาชนชาวไทย และผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอแม่สอด สามารถเดินทาง หรือนำรถยนต์ข้ามไปได้ โดยทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมือง แม่สอด หรือที่ศูนย์การค้าแม่เมยซิตี้ โดยเสียค่าธรรมเนียมทั้งในฝั่งประเทศไทย และฝั่งประเทศพม่า และเสียค่าประกันภัยรถยนต์ตามที่กำหนด ควรสอบถามรายละเอียดข้อมูลก่อนเดินทางที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองอำเภอแม่สอด โทร. ๐ ๕๕๕๖ ๓๐๐๒ – ๔ เนื่องจากระเบียบอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่ต้องการเดินทางข้ามไปสหภาพพม่าต้องนำหนังสือเดินทาง (PASSPORT) มาแสดงที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทยเพื่อประทับตราผ่านแดนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับฝั่งประเทศพม่าเสียค่าธรรมเนียมที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งพม่า คนละ ๑๐ ดอลล่าร์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) เพื่อท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ ได้ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐-๑๘.๐๐ น. และจากด่านตรวจคนเข้าเมืองนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศสามารถเดินทางเข้าไปได้ไม่เกิน ๒ กิโลเมตร ควรสอบถามข้อมูลก่อนเดินทางได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือที่ว่าการอำเภอแม่สอด โทร. ๐ ๕๕๕๓ ๑๐๗๗
ตลาดริมเมย เป็นชุมชนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมย ตรงข้ามกับอำเภอเมียวดีของสหภาพพม่า เป็นตลาดค้าขายสินค้าพื้นเมืองมากมายทั้งของไทย และสหภาพพม่า เช่น อาหารทะเล หน่อไม้แห้ง ปลาแห้ง ปลาหัวยุ่ง เห็ดหอม ถั่ว เครื่องหนัง  ผ้าซาติน ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นตลาดการค้าอัญมณี เช่น หยก ทับทิม และพลอยสีที่มาจากสหภาพพม่า  การเดินทาง  สามารถขึ้นรถสองแถวจากตลาดอำเภอแม่สอดไปตลาดริมเมยทุกวัน โดยลงที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า
พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่ อยู่ที่บ้านวังตะเคียน พระธาตุ หรือเจดีย์หินกิ่วเป็นความมหัศจรรย์จากธรรมชาติ คือ ก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนชะง่อนผา เป็นหินที่กิ่วคอดเหมือนจะขาดออกจากกัน และมีเจดีย์ทรงมอญสร้างไว้มีขนาดพอดีกับความกว้างของก้อนหิน ชาวบ้านเรียกหินมหัศจรรย์นี้ว่า “เจดีย์หินพระอินทร์แขวน” เป็นที่เคารพของชาวจังหวัดตาก และประชาชนจังหวัดใกล้เคียง ทุก ๆ ปี ในเดือนกุมภาพันธ์ จะมีงานเทศกาลนมัสการพระธาตุหินกิ่ว การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ ผ่านหมู่บ้านท่าอาจ และหมู่บ้านวังตะเคียน จะพบทางแยกขวามือมีป้ายบอกทางไปพระธาตุหินกิ่ว ๓ กิโลเมตร
                แม่น้ำเมย  (พม่าเรียกว่าแม่น้ำต่องยิน) เป็นเส้นกั้นเขตแดนประเทศไทยกับสหภาพพม่า มีความยาวประมาณ ๓๒๗ กิโลเมตร แม่น้ำสายนี้ไหลขึ้นไปทางทิศเหนือมิได้ไหลลงใต้เช่นแม่น้ำทั่ว ๆ ไป มีต้นน้ำอยู่ที่บ้านมอเกอ ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ ไหลผ่านอำเภอแม่สอด แม่ระมาด และท่าสองยาง ไปถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปบรรจบกับแม่น้ำสาละวินแล้วไหลลงสู่อ่าวมะตะบันในพม่า การเดินทาง จากอำเภอแม่สอดใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ ไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร สุดเขตแดนไทยถึงแม่น้ำเมย
อำเภอแม่ระมาด
เป็นอำเภอชายแดนที่ติดต่อกับสหภาพพม่าอีกอำเภอหนึ่งของจังหวัดตาก อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ๑๒๐ กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา สันนิษฐานว่าเดิมอำเภอแม่ระมาดเป็นชุมชนของชาวกะเหรี่ยง ต่อมามีชาวไทยล้านนาอพยพมาอยู่เป็นจำนวนมากจนได้ยกฐานะเป็นอำเภอแม่ระมาด เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๔ การเดินทาง  จากตัวจังหวัดตากใช้เส้นทางตาก-แม่สอด-แม่ระมาด หรือใช้เส้นทางตาก-บ้านตาก-แม่ระมาด
วัดดอนแก้ว ตั้งอยู่หลังที่ว่าการอำเภอแม่ระมาด มีพระพุทธรูปแกะสลักหินอ่อน เป็นปฏิมากรรมของพม่าที่แกะสลักขึ้นพร้อมกัน ๓ องค์ องค์ที่ ๑ ประดิษฐานที่ประเทศปากีสถาน องค์ที่ ๒ ประดิษฐานที่ประเทศอินเดีย และองค์ที่ ๓ ได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง มาประดิษฐานในวิหารของวัดดอนแก้ว เป็นพระพุทธรูปที่งดงาม มีขนาดหน้าตักกว้าง ๕๐ นิ้ว สูง ๖๓ นิ้ว
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น   ตั้งอยู่บริเวณป่าแม่ตื่น มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในอำเภอแม่ระมาด และอำเภอสามเงา
จังหวัดตาก มีเนื้อที่ ๗๓๓,๑๒๕ ไร่ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นทิวเขาสูงชันสลับซับซ้อนมีป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง
สถานที่น่าสนใจในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ได้แก่
ดอยขุนแม่ตื่นอยู่บริเวณหลังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น มีลานหิน เป็นบริเวณกว้าง มีถ้ำขนาดเล็ก ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อย และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เช่น เก้ง เลียงผา ค้างคาว เป็นต้น
ลำน้ำแม่ตื่นเป็นลำน้ำสาขาที่มีขนาดใหญ่ของลำน้ำแม่ปิง ไหลมาบรรจบกับลำน้ำปิงเหนือเขื่อนภูมิพล เป็นบริเวณที่มี การล่องแก่งเรือยางลำน้ำแม่ตื่นโดยเริ่มต้นที่ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด ซึ่งอยู่แยกจากทางสายแม่ระมาด-บ้านตาก ประมาณกิโลเมตรที่ ๓๐ ล่องไปตามลำน้ำแม่ตื่น ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ผ่านกลางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ซึ่งนอกจากจะได้ชมความงามตามธรรมชาติของป่า และนกนานาพันธุ์แล้ว ยังได้ผจญภัยกับการล่องเรือยางผ่านเกาะแก่งตามลำน้ำแม่ตื่น และสัมผัสชีวิตของชาวแพเหนือทะเลสาบแม่ปิง
ดอยสอยมาลัย เป็นยอดเขาสูงที่สุดของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ยอดดอยอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ ๑,๖๐๐ เมตร จากยอดดอยสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลได้ และมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ สลาแมนเดอร์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จิ้งจกน้ำ เป็นสัตว์น้ำดึกดำบรรพ์ที่หายาก ลักษณะคล้ายจิ้งจก ลำตัวสีชมพู สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าสนเมืองหนาว มีจุดชมวิวทะเลหมอกในยามเช้า ช่วงปลายฝนต้นหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคมเป็นช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้บริเวณที่ทำการฯ โดยจะต้องขออนุญาตที่หน่วยพิทักษ์ป่ากิ่วสามล้อก่อนขึ้นดอยสอยมาลัยทุกครั้ง การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๕ สายบ้านตาก-แม่ระมาด รถยนต์ที่ใช้ควรเป็นรถที่มีสมรรถนะสูง หรือรถขับเคลื่อน ๔ ล้อ
อุทยานแห่งชาติขุนพะวอ เป็นอุทยานแห่งชาติเปิดใหม่ อยู่บนเส้นทางสายแม่ระมาด-บ้านตาก ห่างจากแยกแม่ระมาดประมาณ ๑๘ กิโลเมตร
สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
น้ำตกขุนพะวอ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่สูงประมาณ ๑๐๐ เมตร เป็นต้นน้ำห้วยแม่จะเรา การเดินทางต้องเดินเท้าใช้เวลาประมาณ ๑.๓๐ ชั่วโมง ช่วงลงน้ำตกเป็นเขาสูงชันประมาณ ๒๐๐ เมตรถึงน้ำตก ระหว่างทางมีจุดชมวิวหลายแห่ง
ห้วยแม่ละเมา เป็นลำห้วยขนาดใหญ่ สองข้างลำห้วยมีสภาพป่าสมบูรณ์สวยงาม มีกิจกรรมล่องแก่งเรือยางเริ่มต้นตรงหลักกิโลเมตรที่ ๕๐ ของถนนสายตาก-แม่สอด ใช้เวลาล่องประมาณ ๑.๓๐ ชั่วโมง ผ่านป่าเขาท่ามกลางธรรมชาติ และยังได้ศึกษาพันธุ์ไม้น้ำ นกนานาชาติและผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ
การเดินทาง จากจังหวัดตากใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ สายตาก-แม่สอด จนถึงหลักกิโลเมตรที่ ๖๒  เข้าทางศาลพะวอ แล้วเดินเข้าไปอีก ๗๕๐ เมตร จะถึงที่ทำการชั่วคราวอุทยานแห่งชาติขุนพะวอ รวมระยะทางจากจังหวัดตากถึงที่ทำการชั่วคราว ๖๒ กิโลเมตร

อำเภอท่าสองยาง
เป็นอำเภอชายแดนติดกับสหภาพพม่า อยู่ติดลำน้ำเมย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขาสูงตามแนวเทือกเขาถนนธงชัย ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยพื้นราบ ประกอบอาชีพทำไร่ ระยะทางจากอำเภอแม่สอด-อำเภอท่าสองยาง ประมาณ ๘๔ กิโลเมตร รวมระยะทางจากอำเภอเมืองตากถึงอำเภอท่าสองยาง ประมาณ ๑๖๙ กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติแม่เมย มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนสหภาพพม่าโดยมีแม่น้ำเมยเป็นเส้นแบ่งเขตแดน บริเวณที่ทำการอุทยานฯ มีการจัดภูมิทัศน์ และตกแต่งพื้นที่ด้วยไม้ประดับดูสวยงาม บรรยากาศโดยรอบสงบร่มรื่นด้วยป่าเขา และยังมีสัตว์ป่าต่าง ๆ เช่น กวาง ละมั่ง เป็นต้น
สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ใช้เวลาเดินประมาณ ๖ ชั่วโมง ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางโดยติดต่อล่วงหน้าที่อุทยานฯ เป็นเส้นทางเดินแบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือจะพักแรมก็ได้ เส้นทางเดินเท้าขึ้นเขาบ้าง ลงเขาบ้างไม่ชันมาก เดินเลียบลำน้ำขึ้นไปผ่านน้ำตกเล็ก ๆ บางช่วงต้องปีนบันไดไม้ไผ่ที่สร้างขนานไปกับน้ำตก หากมาในช่วงปลายฝนต้นหนาว จะพบดอกไม้ป่านานาชนิดหลากสีสันบานอยู่ริมทางเดินหรือริมน้ำตก เช่น ดอกกระทือสีแดง ดอกบัวตองสีเหลืองบานเป็นกอชวนสะดุดตาตัดกับผืนป่าสีเขียว บางดอกซ่อนตัวอยู่กับพรมมอสสีเขียวเข้ม
น้ำตกผาเทวะ เป็นอีกจุดหนึ่งที่จะได้พบในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และเป็นน้ำตกที่เด่นที่สุดในอุทยานฯ มีความสูง ๑๕๐ เมตร เวลาที่อยู่ใกล้ ๆ จะมองเห็นสายน้ำทิ้งตัวลงจากหน้าผา ส่งให้สายน้ำไหลแรงมากระทบโขดหิน และแอ่งน้ำเบื้องล่าง ป่ารอบ ๆ บริเวณจึงชุ่มชื้น และฉ่ำเย็นด้วยละอองของน้ำที่กระจายไปทั่ว สายน้ำสีขาวของผาเทวะไหลยาวไปสู่เบื้องล่างสามารถมองเห็นได้จากอีกยอดเขาหนึ่ง
เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาจะพบ ทุ่งหญ้านิรนาม เป็นทุ่งหญ้าและหุบเขาสามารถพักแรมได้ และต้องเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไปเอง เช่น ไฟฉาย น้ำ อาหาร เครื่องนอน ทุ่งหญ้ามีทิวทัศน์สวยงาม และบรรยากาศเย็นสบาย ถ้าตื่นมาตอนเช้าหากฟ้าเปิดจะมองเห็นทะเลหมอก ใกล้ ๆ บริเวณจะพบหลุมขุดแร่เป็นระยะ ๆ เพราะที่นี่เคยเป็นพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่มาก่อน และบริเวณกลางป่ามีเจดีย์ซึ่งเป็นที่บรรจุอัฐิของหญิงสาวที่มาผูกคอตายเพราะผิดหวังในความรัก ทางอุทยานฯ ได้จัดเป็นเส้นทางเดินป่า “เล่นน้ำตกเทวะ พักแรมทุ่งหญ้านิรนาม ชมทะเลหมอก” ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางก่อนทุกครั้ง
ถ้ำแม่อุสุ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอท่าสองยางไปทางเหนือประมาณ ๑๒ กิโลเมตร บนเส้นทางสายแม่สอด-แม่สะเรียง ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ เลยกิโลเมตรที่ ๙๔ ไปเล็กน้อย จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร การเดินทางเข้าไปชมถ้ำจะต้องเดินลุยไปตามลำห้วยแม่อุสุ ช่วงฤดูฝนเข้าชมถ้ำไม่ได้เนื่องจากระดับน้ำในลำธารจะสูงมาก ภายในถ้ำกว้างใหญ่ เพดานสูง อากาศโปร่ง มีหินงอก หินย้อยรูปร่างต่าง ๆ สวยงาม ทางด้านตะวันตกจะมีโพรงหินขนาดใหญ่ ในตอนบ่ายมีแสงแดดส่องเข้ามาทำให้ถ้ำดูสวยงาม ทางเดินไม่ลำบาก หากปีนขึ้นไปจนทะลุโพรงหินจะยิ่งสวยงาม เมื่อเดินเข้าไปในถ้ำสักระยะหนึ่งแล้ว หันกลับมาดูทางเข้าจะเห็นลำห้วยที่ไหลคดเคี้ยวออกจากถ้ำที่มืดไหลไปสู่ปากถ้ำที่สว่าง และบริเวณด้านหลังเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวสวยงาม
จุดชมทะเลหมอก มี ๓ จุด ซึ่งทุกจุดติดทางหลวงสายแม่สลิด-อมก๋อย ดังนี้
-จุดชมทะเลหมอกหลังที่ทำการอุทยานฯ มีความสูงประมาณ ๑,๑๐๐ เมตร  เป็นจุดที่ชมทะเลหมอกได้กว้างไกลและชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก จุดนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินป่าเพราะต้องเดินทางเข้าไป ๓-๔ ชั่วโมง และต้องพักแรม ๑ คืน เพื่อชมทิวทัศน์ที่สวยงาม
-ม่อนครูบาใสและม่อนพูนสุดา อยู่ห่างกันประมาณ ๒๐๐ เมตร สามารถชมทะเลหมอกยามเช้าและพระอาทิตย์ตกดิน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๗ กิโลเมตร
-ม่อนกิ่วลม เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวมากที่สุดเพื่อดูพระอาทิตย์ยามเช้าเหนือทะเลหมอก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ ๑๔  กิโลเมตร
อัตราค่าเข้าอุทยานฯ ชาวไทย เด็ก ๑๐ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท ชาวต่างประเทศ เด็ก ๑๐๐ บาท ผู้ใหญ่ ๒๐๐ บาท รถยนต์ ๔ ล้อ ๓๐ บาท (ไม่รวมคนขับ)
สถานที่พัก ทางอุทยานฯ มีบริการบ้านพัก จำนวน ๓ หลัง ราคา ๑,๐๐๐ บาท หากต้องการให้อุทยานฯ บริการด้าน
อาหารต้องแจ้งล่วงหน้า ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมที่ อุทยานแห่งชาติแม่เมย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ๖๓๑๕๐ โทร.  ๐ ๕๕๕๑ ๙๖๔๔-๕ หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช บางเขน กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th 
การเดินทาง จากตัวเมืองตากไปตามเส้นทางสายแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ ระยะทางประมาณ ๑๑๔ กิโลเมตร มีทางแยกขวามือที่จุดตรวจแม่สลิดเป็นทางที่ตัดไปสู่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่  เป็นทางขึ้นเขาไปอีกประมาณ ๑๑ กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ทางขึ้นเขาเป็นทางชันรถบัสใหญ่ไม่สามารถขึ้นไปได้ (หมายเหตุ เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ ช่วงแม่สอด-แม่ระมาด-ท่าสองยาง เป็นเส้นทางเลียบชายแดนจึงไม่แนะนำให้เดินทางผ่านหลังเวลา ๑๘.๐๐ น.) หรือนั่งรถสองแถวประจำทางจากแม่สอดไปบ้านแม่สลิดหลวง หลังจากนั้นต้องเหมารถต่อไปที่ทำการอุทยานฯ

อำเภอพบพระ
เป็นอำเภอที่มีชายแดนติดกับสหภาพพม่า ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดตาก การเดินทาง ใช้เส้นทางสายตาก-แม่สอด ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ ๗๕ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๖ เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๒๐๖ ไปอีกประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ถึงอำเภอพบพระ รวมระยะทางจากตัวจังหวัดประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร ก่อนที่กรมทางหลวงจะตัดถนนลาดยางสายแม่สอด-พบพระ (ทางหลวงหมายเลข ๑๒๐๖) นั้น การคมนาคมระหว่างสองอำเภอนี้ลำบากมากเพราะพื้นที่ของอำเภอพบพระเป็นพื้นที่ราบสูงระหว่างภูเขารับลมมรสุมจากอ่าวเมาะตะมะ ดังนั้นพื้นที่นี้จึงมีฝนตกชุกที่สุดในเขตภาคเหนือราว ๒,๓๐๐-๓,๐๐๐ มิลลิเมตร เส้นทางการคมนาคมจึงมีแต่โคลนตม ต้องเดินลุยโคลนกัน ชาวบ้านจึงเรียกว่า ขี้เปรอะเพอะพะ แปลว่า ขี้โคลนเปรอะเลอะเทอะ หมายความว่า ถ้าใครผ่านไปแถบนี้ขาแข้งจะมีแต่ขี้เปรอะเพอะพะ จึงเรียกบริเวณนี้ว่า บ้านเพอะพะ แล้วจึงเปลี่ยนเป็น พบพระ
น้ำตกนางครวญ เดิมชื่อ น้ำตกเพอะพะ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น น้ำตกพบพระ และเปลี่ยนมาเป็นชื่อ น้ำตกนางครวญ เป็นน้ำตกขนาดกลางไหลลดหลั่นลงไปเป็นชั้นเล็ก ๆ ท่ามกลางป่าร่มรื่น มีต้นน้ำมาจากลำคลอง ริมท้องนาข้างทาง และทางการได้ตัดถนนผ่านตัวน้ำตกจึงแลดูเป็นน้ำตกเล็ก ๆ การเดินทาง  ใช้เส้นทางหลวงสาย ๑๐๙๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๓๑-๓๒ มีทางแยกขวามือเข้าอำเภอพบพระ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒๐๖ ที่อยู่ริมสะพานคอนกรีตด้านขวาบริเวณกิโลเมตรที่ ๑๒ ก่อนถึงอำเภอพบพระเล็กน้อย
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในตำบลช่องแคบ ตำบลพบพระ ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ และตำบลด่านแม่ละเมา ตำบลพะวอ ตำบลพระธาตุผาแดง ตำบลแม่กุ ตำบลแม่ตาว ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด     มีพื้นที่ ๕๓๔,๓๗๕ ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีความสูงจากระดับน้ำทะเล  ๑,๗๖๕ เมตร สภาพทั่วไปส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ และป่าเขาสน ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๗
สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ 

น้ำตกพาเจริญเป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากลำห้วยน้ำไหลมารวมกับแหล่งน้ำซับแล้วไหลลงสู่ชั้นน้ำตกที่นับรวมได้ถึง ๙๗ ชั้น มีน้ำไหลตลอดปีแต่จะสวยงามในช่วงปลายฤดูฝน การเดินทาง  ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๐ สายแม่สอด-อุ้มผาง มีทางแยกซ้ายกิโลเมตรที่ ๓๗ เข้าไปอีกประมาณ ๗๐๐ เมตร
บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก  เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ อุณหภูมิของน้ำวัดได้ ๖๐ องศาเซลเซียส ปัจจุบันอำเภอพบพระได้จัดศาลาพักผ่อนใกล้บ่อน้ำร้อน ด้านที่ติดกับถนนรพช. สามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒๐๖ สายพบพระ-บ้านช่องแคบ  มีทางแยกขวาก่อนเข้าอำเภอพบพระเพื่อไปหมู่บ้านห้วยน้ำนัก
จุดชมวิวดอยเกี๊ยะ ตั้งอยู่ในเขตป่าแม่สอด หมู่ที่ ๔ ตำบลพบพระ เป็นจุดสูงสุดชายแดนไทย-สหภาพพม่า มีความสูงประมาณ ๕๑๒ เมตร สามารถมองเห็นทิวทัศน์บริเวณป่าของพม่าได้ บางส่วนเป็นสันเขา และมีอากาศเย็นสบาย ในฤดูหนาวมีทะเลหมอกเหนือแม่น้ำเมย ที่เป็นเส้นแบ่งเขตแดนไทย-สหภาพพม่า
น้ำตกป่าหวาย ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๙๐ สายแม่สอด-อุ้มผาง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๔๓ แยกซ้ายไปตามถนนเข้าหมู่บ้านประมาณ ๑๖ กิโลเมตร ทางคดเคี้ยว การชมน้ำตกต้องเดินจากชั้นล่างของน้ำตก ฝ่ากระแสน้ำขึ้นไปชมน้ำตกชั้นบนแล้วเดินต่อไปอีกประมาณ ๓๐ เมตร จะพบปล่องภูเขากว้างประมาณ ๑๐ เมตร มีน้ำไหลลงสู่ปล่องแล้วหายไปในบริเวณใต้ภูเขา น้ำตกป่าหวายเกิดจากลำห้วยป่าหวายมีน้ำไหลตลอดปี บริเวณโดยรอบมีไม้หวายเป็นจำนวนมากจึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตก การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๐ สายพบพระ-อุ้มผาง เลี้ยวซ้ายก่อนถึงกิโลเมตรที่ ๔๒ เข้าไปประมาณ ๒๐ กิโลเมตร
น้ำตกสายฟ้า และ น้ำตกสายรุ้งเป็นน้ำตกที่มีละอองน้ำตกลงมากระทบแสงแดด เหมือนรุ้งกินน้ำ มีน้ำไหลตลอดปี  การเดินทาง  อยู่ระหว่างเส้นทางสายพบพระ-อุ้มผาง ทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๐ เลยอำเภอพบพระไป ๑๑ กิโลเมตร จะถึงน้ำตกสายฟ้า และน้ำตกสายรุ้ง
สถานที่พัก อุทยานฯ มีบ้านพักบริการ จำนวน ๒ หลัง หรือกางเต็นท์พักแรมแต่ต้องนำอุปกรณ์มาเอง ติดต่อรายละเอียดได้ที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ กิโลเมตรที่ ๓๗ หมู่ ๖ ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ๖๓๑๖๐  โทร. ๐ ๕๕๕๐ ๐๙๐๖ หรือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ www.dnp.go.th
การเดินทาง อุทยานฯ ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๐ สายแม่สอด-อุ้มผาง ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ ๓๗ มีทางแยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ ๗๐๐ เมตร จะถึงที่ทำการอุทยานฯ

อำเภออุ้มผาง
อำเภออุ้มผาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๒๕๙ กิโลเมตร มีชายแดนติดต่อกับสหภาพพม่า เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เดิมมีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาได้มีคนไทยภาคเหนืออพยพเข้ามาอยู่มากขึ้นจนเป็นชุมชนใหญ่ อุ้มผางเดิมเป็นเมืองหน้าด่านชายแดนตะวันตกขึ้นอยู่กับจังหวัดอุทัยธานี และเป็นจุดตรวจหนังสือเดินทางของชาวพม่าที่เข้ามาค้าขายในเขตแดนไทย โดยชาวพม่าที่เดินทางรอนแรมในป่าสมัยนั้นจะนำเอาเอกสารหนังสือเดินทางใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่มีฝาปิด เพื่อป้องกันฝนและการฉีกขาดระหว่างเดินทาง เมื่อถึงจุดตรวจที่อุ้มผาง ก็จะเปิดกระบอกไม้ไผ่นำเอกสารให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและประทับตราเอกสารที่ว่านี้ หนังสือมีชื่อเรียกเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า “อุ้มผะ” ต่อมาได้เพี้ยนมาเป็น “อุ้มผาง” ซึ่งเป็นชื่อของอำเภออุ้มผางในปัจจุบัน
การเดินทาง จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร ถึงตาก ระยะทางประมาณ ๔๒๕ กิโลเมตร ก่อนถึงตัวจังหวัดตาก ๗ กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ สายตาก-แม่สอด ถึงอำเภอแม่สอดระยะทาง ๘๖ กิโลเมตร และจากอำเภอแม่สอดมีทางแยกซ้ายเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๐ สายแม่สอด-อุ้มผาง ระยะทาง ๑๖๔ กิโลเมตร บนเทือกเขาถนนธงชัย เป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวสลับซับซ้อนมีทั้งหมด ๑,๒๑๙ โค้ง เป็นที่รู้จักกันในนามของ ถนนลอยฟ้า   จากอำเภอแม่สอดถึงอำเภออุ้มผางใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๔-๕ ชั่วโมง รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ ๖๘๙ กิโลเมตร 
หมายเหตุ เส้นทางช่วงแม่สอด-อุ้มผาง นักเดินทางควรขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ และรถที่ใช้ควรมีสภาพดี และสมรรถนะสูง เพราะเป็นเส้นทางตัดผ่านเทือกเขา ถนนมีความคดโค้งมาก มีจุดแวะพักบริเวณกิโลเมตรที่ ๘๔ มีร้านขายอาหาร และเครื่องดื่ม ผู้ที่เมารถควรรับประทานยาแก้เมารถไว้ล่วงหน้า
บ้านโบราณ  อุ้มผางเป็นชุมชนเล็ก ๆ มีวัฒนธรรมการดำรงชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ลักษณะการสร้างบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว หลังคามุงด้วยวัสดุท้องถิ่น เช่น ใบตองตึง แป้นเกล็ดไม้ และกระเบื้องดินเผา ตัวบ้านยกสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง มีบันไดขึ้นด้านหน้า ชานบ้านมีม้านั่งขนานกับขอบระเบียง รั้วบ้านทำด้วยปีกไม้ ปัจจุบันยังมีให้เห็นกันอยู่  นอกจากนั้นทางชมรมบ้านโบราณได้มีการให้ความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าของบ้าน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาบ้านโบราณให้เป็นจุดเยี่ยมเยือนทางวัฒนธรรม ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ ชมรมบ้านโบราณ โทร. ๐ ๕๕๕๖ ๑๒๘๗
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง มีพื้นที่ ๑,๖๑๙,๒๘๐ ไร่ เป็นเขตป่าอนุรักษ์เพื่อการสงวนและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นผืนป่าตะวันตกที่เป็นต้นกำเนิดของแหล่งมรดกโลก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ อากาศหนาวเย็นมาก พรรณไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ ป่าผลัดใบ สัตว์ป่าที่พบ ได้แก่ เสือลายเมฆ สมเสร็จ เลียงผา เหยี่ยว นกกระทุง ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒
สถานที่น่าสนใจในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ได้แก่
                น้ำตกทีลอซู  คำว่า ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ห่างจากที่ทำการเขตฯ ๓ กิโลเมตร มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล ๙๐๐ เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ ๕๐๐ เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ ๓๐๐ เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมาก ติดอันดับ ๑ ใน ๖ ของโลก ซึ่งการเดินทางไปชมน้ำตกแต่ละชั้นบางครั้งจะต้องเดินผ่านสายน้ำตก ควรใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
การเดินทาง รถยนต์ จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่สอด ถึงหลักกิโลเมตรที่ ๑๖๑ มีทางแยกซ้ายที่บ้านแม่กลองใหม่ไปด่านเดลอ หรือจุดตรวจ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง” เป็นระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร นักท่องเที่ยวที่ขับรถเข้าน้ำตกทีลอซูควรใช้รถปิคอัพ หรือรถขับเคลื่อน ๔ ล้อที่มีสมรรถนะสูงเท่านั้น ในช่วงฤดูฝนรถยนต์ไม่สามารถเข้าได้หากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์จะเดินทางเข้าชมน้ำตกทีลอซูจะต้องล่องแพยางและเดินเท้า ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และเดินเท้าเข้าชมน้ำตกอีกประมาณ ๓ กิโลเมตร
ค่าธรรมเนียมเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ๒๐ บาท/ คน รถยนต์ ๓๐ บาท/ คัน
ล่องแพ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านบริษัททัวร์ที่จัดล่องแพในอำเภออุ้มผางได้ โดยติดต่อได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. ๐ ๕๕๕๖ ๑๓๓๘
                น้ำตกทีลอจ่อ หรือ น้ำตกสายฝน  ห่างจากอำเภออุ้มผาง ๓ กิโลเมตร ตามเส้นทางสายอุ้มผาง-บ้านปะละทะ ถึงแยกขวามือมีทางเข้าไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ก็จะพบน้ำตก ชั้นแรก มีความสูงประมาณ ๘๐ เมตร อยู่บนหน้าผาสูงชัน ชั้นที่ ๒ ไหลจากหน้าผาสูงชันตกลงสู่แม่น้ำแม่กลอง สายน้ำแตกกระจายเป็นฝอยดูเหมือนสายฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ คือรุ้งกินน้ำ หากนักท่องเที่ยวเดินทางถึงน้ำตก เวลา ๐๙.๐๐ น.จะเห็นรุ้งกินน้ำสีสรรงดงามยิ่ง จากสายน้ำที่ตกลงกระทบโขดหินเป็นฝอยกระจายความชุ่มชื้นจึงมีพืชประเภทมอส และตะไคร่น้ำขึ้นปกคลุมเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี น้ำตกทีลอจ่อนี้สามารถล่องเรือยางจากตัวอำเภออุ้มผางไปตามลำน้ำแม่กลองถึงน้ำตกได้ ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ ๓๐ นาที
น้ำตกเซปละ อยู่ในเขตบ้านเซปละ ตำบลแม่ละมุ้ง ห่างจากบ้านปะละทะ ๓ กิโลเมตร เป็นน้ำตกภูเขาหินปูนที่ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร กระแสน้ำที่ตกลงกระทบโขดหินทำให้ดูคล้ายกับก้อนเมฆสีขาวที่มีความสวยงาม
                น้ำตกทีลอเร มีพื้นที่อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง เป็นน้ำตกที่อยู่บนโตรกผา มีลักษณะเป็นเพิงผาคล้ายถ้ำ    ริมลำน้ำแม่กลอง โดยมีลำน้ำสายใหญ่ไหลผ่านหน้าผาสูงชันตกลงสู่ลำน้ำแม่กลอง มีความสูง ๘๐ เมตร ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม น้ำตกทีลอเรเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินทางลักษณะการผจญภัย และศึกษาธรรมชาติ ควรใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-บ้านปะละทะ เริ่มต้นจากหมู่บ้านกระเหรี่ยงปะละทะด้วยการล่องเรือยางไปตามลำน้ำแม่กลองใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓ วัน หมายเหตุ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์ในการพักค้างแรมระหว่างทาง ๒ คืน และต้องเตรียมอาหารไปเอง
ดอยหัวหมด  อยู่ในเขตบ้านอุ้มผาง เป็นภูเขาหินปูนที่ทอดเป็นแนวยาวหลายลูกติดต่อกัน มีความยาว ๓๐ กิโลเมตร กว้าง ๒ กิโลเมตร  บนภูเขานี้จะไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้น แต่จะมีต้นหญ้าเตี้ย ๆ ขึ้นอยู่ทั่วไป เช่น ปรง ดอกเทียน และดอกไม้ป่าที่ขึ้นปกคลุมจะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงฤดูฝนรวมทั้งมีโขดหินเป็นระยะ หากมองจากเบื้องล่างขึ้นไปจะเห็นเหมือนพรม    สีเขียวแซมด้วยโขดหิน ต้นไม้ และดอกเทียนป่า ดอกไม้นานาชนิด หากขึ้นไปบนยอดเขาจะมองเห็นหมู่บ้านอุ้มผาง และทิวเขาสลับซับซ้อน ทิวทัศน์โดยรอบสวยงาม มีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น-ตก และดูทะเลหมอกยามเช้า ช่วงปลายฝนต้นหนาวมีทะเลหมอกที่สวยงาม การเดินทาง ใช้เส้นทางอุ้มผาง-บ้านปะละทะ ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ถึงดอยหัวหมด มีจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ดังกล่าวได้สวยงาม ๒ จุด จุดแรก บริเวณกิโลเมตรที่ ๙ โดยต้องเดินขึ้นภูเขาไปประมาณ ๒๐ นาที จุดที่ ๒ บริเวณกิโลเมตรที่ ๑๐ มีทางแยกซ้ายไปลานจอดรถ และเดินเท้าอีก ๕ นาที ควรไปถึงดอยหัวหมดก่อนพระอาทิตย์ขึ้นราว ๐๕.๐๐-๐๖.๐๐ น. อากาศบนดอยค่อนข้างเย็น มีลมพัดตลอดเวลา
ถ้ำตะโค๊ะบิ  อยู่ในเขตบ้านแม่กลอง ลักษณะถ้ำมีทางเดินกว้างลงไปเป็นชั้น ๆ ข้างในมีทางแยกหลายทางเป็นถ้ำขนาดใหญ่ เพดานถ้ำสูง มีหินงอก หินย้อยสวยงาม และสามารถเดินทะลุถ้ำมาออกที่บ้านแม่กลองใหม่ ความลึกของถ้ำประมาณ ๓ กิโลเมตร การเดินทาง  จากอำเภออุ้มผางใช้เส้นทางสายแม่กลองใหม่-น้ำตกทีลอซู ไปประมาณ ๓ กิโลเมตร
สถานที่พัก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางได้จัดสถานที่ตั้งเต็นท์ไว้ นักท่องเที่ยวนำเต็นท์ไปเอง เสียค่ากางเต็นท์ ๒๐ บาท/คน/คืน หรือติดต่อขอเช่าเต็นท์ได้ที่เขตฯ และเตรียมอาหารมาเอง โดยทางเขตฯ มีอุปกรณ์ทำอาหาร ติดต่อรายละเอียดได้ที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ๖๓๑๗๐ โทร. ๐ ๕๕๕๐ ๐๗๐๖, ๐ ๕๕๕๐ ๐๙๑๙–๒๐
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ สายตาก-แม่สอด ไปประมาณ ๙๖ กิโลเมตร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๐ สายแม่สอด-อุ้มผาง เข้าสู่อำเภออุ้มผาง ระยะทางประมาณ ๑๖๔ กิโลเมตร
เนินพิศวง เป็นเนินพิศวงแห่งที่ ๒ ของจังหวัดตาก อยู่บนถนนสายอุ้มผาง-บ้านปะละทะ เลยหลักกิโลเมตรที่ ๑๖ ไปประมาณ ๕๐๐ เมตร พื้นที่มีลักษณะเป็นเนินเขา เมื่อนำรถไปจอดโดยไม่ติดเครื่องยนต์ ที่จุดทดสอบซึ่งเป็นทางขึ้นเนิน
รถจะวิ่งขึ้นเนินไปเอง และเป็นจุดที่สามารถดูทะเลหมอกได้ด้วย
กิจกรรมในอำเภออุ้มผาง
เส้นทางศึกษาวิถีชีวิตชาวเขา
บ้านกะเหรี่ยงปะละทะ เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่เก่าแก่ ตั้งอยู่ริมลำน้ำแม่กลอง ในอำเภออุ้มผาง เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา มีไฟฟ้า สถานีอนามัย และโรงเรียน ชาวกะเหรี่ยงที่นี่ยังนิยมการแต่งกายแบบวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเอง แต่ละบ้านจะมีหูกทอผ้า (เครื่องทอผ้า) ใช้กันเองในหมู่บ้าน นิยมเลี้ยงหมู ไก่ เพื่อใช้เป็นอาหาร เลี้ยงช้างไว้เป็นพาหนะในการเดินทางและขนส่ง ชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม การเดินทาง จากอุ้มผางสามารถใช้เส้นทางอุ้มผาง-บ้านปะละทะ ประมาณ ๒๗ กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงปะละทะ จากบ้านปะละทะสามารถเดินป่า หรือขี่ช้างไปบ้านกระเหรี่ยงโคทะและน้ำตกทีลอซูได้ ทั้งยังเป็นจุดล่องเรือยางตามลำน้ำแม่กลองไปน้ำตกทีลอเร
บ้านกะเหรี่ยง ทิโพจิ เป็นหมู่บ้านที่มีวัฒนธรรม และยังคงดำเนินวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมด้วยการสร้างบ้านหลังคามุงด้วยวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น ใบไม้ และเปลือกไม้ หมู่บ้านกะเหรี่ยงอยู่ในป่าลึก ชาวบ้านประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น การทำนา การทอผ้า และการเลี้ยงช้างไว้เป็นพาหนะ  การเดินทาง  ต้องเดินเท้า หรือนั่งช้างเข้าไปเท่านั้น
บ้านกะเหรี่ยงฤาษีเลตองคุ เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่นับถือฤาษี มีประเพณีที่แตกต่างจากกะเหรี่ยงทั่ว ๆ ไป งานประเพณีที่สำคัญคือ การจุดไฟบูชาอาจารย์ฤาษี ในราวเดือนธันวาคมของทุกปี ฤาษีจะพำนักในวัด และมีของสำคัญคือ งาช้างโบราณมีอายุกว่า ๔๐๐ ปี แกะสลักเป็นรูปพระพุทธเจ้าปางสมาธิโดยรอบจากโคนถึงปลายงา  การเดินทาง  ใช้เส้นทางสายอุ้มผาง-แม่กลองใหม่ ถึงบ้านกะเหรี่ยงเปิ่งเคลิ่น จากจุดนี้ไปเป็นเส้นทางลำลองโดยต้องเดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร จนถึงบ้านกระเหรี่ยงฤาษีเลตองคุ นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และต้องทำหนังสือขออนุญาตก่อนล่วงหน้า ๑ เดือน ได้ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ ๓๔๗ โทร. ๐ ๕๕๕๖ ๑๐๐๘        (ไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเอง)
ล่องแก่งและเดินป่า
                ท่าทราย-น้ำตกทีลอซู นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือยางไปตามลำน้ำแม่กลองเริ่มจากอุ้มผางไปขึ้นที่ท่าทราย ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง แล้วเดินเท้าไปน้ำตกทีลอซู เส้นทางท่าทราย-น้ำตกทีลอซู ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง หรือจะนั่งเรือไปขึ้นที่แก่งมอกีโด้ แล้วเดินเท้าถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุสัตว์ป่าอุ้มผางใช้เวลา ๔ ชั่วโมง และเดินเท้าเข้าชมน้ำตกอีก ๓ กิโลเมตร หรือเดินเท้าจากบ้านเดลอถึงน้ำตกทีลอซู ระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร ใช้เวลา ๗ ชั่วโมง
ปะละทะ-โคทะ-ทีลอซู เริ่มต้นเดินทางจากบ้านปะละทะเข้าน้ำตกทีลอซู ระยะทาง ๒๕ กิโลเมตร ใช้เวลา ๖ ชั่วโมง ระหว่างทางแวะพักค้างแรมที่บ้านโคทะได้ เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงกลางป่าที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเลี้ยงช้าง
น้ำตกทีลอเร-บ้านปะละทะ เป็นเส้นทางเดินกลับจากน้ำตกทีลอเร ผ่านน้ำตกนิรนาม ห้วยดินแดง น้ำตกเซปละ บ้านเซปละถึงบ้านปะละทะแล้วต้องเดินผ่านป่าทึบ สลับกับการขึ้นเขาลงเขา อาจพบเห็นสัตว์ป่าได้ ควรนั่งช้างสลับกับการเดินป่า ระยะทาง ๓๐ กิโลเมตร ใช้เวลา ๘-๑๐ ชั่วโมง นักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์ในการพักค้างแรมในป่า ๑ คืน และเตรียมอาหารไปเอง               
หมายเหตุ นักท่องเที่ยวที่สนใจเส้นทางล่องแก่งและเดินป่าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. ๐ ๕๕๕๖ ๑๓๓๘
ล่องแก่งแม่น้ำแม่กลอง
อุ้มผาง-น้ำตกทีลอซู เริ่มต้นจากตัวอำเภออุ้มผาง ไปตามลำห้วยอุ้มผางออกสู่แม่น้ำแม่กลอง ผ่านธรรมชาติที่สวยงาม ถึงน้ำตกทีลอจ่อ เป็นน้ำตกที่ไหลมาจากยอดผาสูงชัน น้ำตกแตกกระเซ็นเป็นละอองคล้ายสายฝน และเป็นจุดพักเล่นน้ำอีกแห่งหนึ่ง โดยล่องเรือผ่านธารน้ำร้อนจนถึง แก่งตะโค๊ะบิ สายน้ำจะไหลเชี่ยวเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว ผ่านผาเลือด ผาผึ้ง ผาบ่อ ถึงท่าทรายใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง แล้วเดินทางต่อโดยรถยนต์ที่มีสภาพดี มีสมรรถนะสูง ใช้เวลาไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ประมาณ ๔๕ นาที และจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ต้องเดินเท้าไปน้ำตกทีลอซู ใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาที ในช่วงฤดูฝนเส้นทางรถยนต์จะปิดตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน-๓๐ พฤศจิกายนของทุกปี นักท่องเที่ยวสามารถพักค้างแรมได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โดยติดต่อผ่านชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง โทร. ๐ ๕๕๕๖ ๑๓๓๘
บ้านกะเหรี่ยงปะละทะ-น้ำตกทีลอเร เริ่มต้นจากบ้านปะละทะผ่านบ้านกะเหรี่ยงโคทะ ริมสองฝั่งน้ำมีต้นไม้ใหญ่ ระหว่างทางเดินอาจพบสัตว์ป่าได้ การเดินทางไปน้ำตกทีลอเรจะต้องล่องผ่านแก่งต่าง ๆ แก่งแรก คือ แก่งเลเกติ เป็นแก่งใหญ่ และยาวติดต่อกันหลายกิโลเมตร ผ่านน้ำตกเล็ก ๆ ไปจนถึง แก่งคนมอง สายน้ำไหลเชี่ยว ลำน้ำเต็มไปด้วยโขดหิน จนถึงแก่งสุดท้ายคือ แก่งกะซอจิ๊เล ล่องเรือไปจนถึงเวิ้งน้ำไหลโค้งเข้าสู่เพิงผาคล้ายถ้ำริมน้ำ มี “น้ำตกทีลอเร” เป็นสายน้ำใหญ่ตกจากหน้าผาเขาหินปูนสูงชันลงสู่ลำน้ำแม่กลองสวยงาม เป็นจุดปลายทางของการล่องแก่งเรือยางในการผจญภัยในลำน้ำแม่กลอง  ความยากระดับ ๓-๔ หมายเหตุ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมอุปกรณ์ในการพักค้างแรมในป่า ๒ คืน และเตรียมอาหารไปเอง
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการล่องแพ เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคม การล่องแพช่วงฤดูฝนจะมีอันตรายมาก เนื่องจากมีกระแสน้ำเชี่ยว และระดับน้ำลึกทำให้การบังคับแพลำบากจึงไม่ควรล่องแพหน้าฝนอย่างเด็ดขาด
การเตรียมตัวสำหรับการล่องแพ แม้ว่าการล่องแพตามฤดูกาลที่แนะนำจะไม่มีอันตรายจากธรรมชาติ เนื่องจากกระแสน้ำไม่เชี่ยว และระดับน้ำไม่ลึก อีกทั้งลำห้วยแม่กลองไม่กว้างมาก ฝั่งทั้งสองอยู่ห่างจากแพข้างละ ๘-๑๐ เมตรเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวควรจะระวังในขณะล่องแพ และเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อการล่องแพที่สนุกสนาน และปลอดภัย ดังนี้
-  สวมเสื้อผ้า และรองเท้าแบบสบาย ๆ ไม่ควรหนา และรัดจนเกินไป
-  สวมหมวกกันแดด
-  สวมเสื้อชูชีพโดยเฉพาะคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น
-  เตรียมเชือกมนิลายาวประมาณ ๓๐-๕๐ เมตร เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน
-  กระเป๋ากันน้ำ หรือถุงพลาสติกสำหรับใส่กล้องถ่ายรูป
-  ถุงสำหรับใส่เศษขยะเพื่อนำมาทิ้งบนบก
การติดต่อล่องแพสามารถติดต่อได้กับบริษัททัวร์ สถานที่พักในอำเภออุ้มผาง หรืออาจติดต่อผ่านบริษัทนำเที่ยว   ต่าง ๆ ได้  ค่าใช้จ่ายในการล่องแพอาจเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนคน และระยะเวลาการล่องแพ

อำเภอบ้านตาก
อำเภอบ้านตากเป็นเมืองตากเก่า มีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญด้านตะวันตกของกรุงสุโขทัย จนในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาครองกรุงศรีอยุธยาได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองตากลงมาตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำปิง ตรงข้ามกับตัวเมืองตากในปัจจุบัน สถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอบ้านตากส่วนใหญ่จึงเป็นโบราณสถาน อำเภอบ้านตากอยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปทางทิศเหนือราว ๒๒ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑ หากเดินทางจากทางหลวงหมายเลข ๑๑๐๗ เลียบริมฝั่งแม่น้ำปิงด้านตะวันตกถึงอำเภอบ้านตาก ระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร
วัดพระบรมธาตุ อยู่ที่ตำบลเกาะตะเภา วัดพระบรมธาตุเป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับการปฏิสังขรณ์มาหลายครั้งแล้ว ตัวอุโบสถมีประตูเป็นไม้แกะสลักที่สวยงาม หน้าบันและจั่วเป็นไม้ หน้าต่างแกะสลักเรื่องราวพุทธประวัติปิดทอง หัวบันไดเป็นนาค วิหารเก่ามีเพดานสูง ๒ ชั้น มีช่องลมอยู่โดยรอบ ทำให้อากาศภายในวิหารเย็นสบาย ในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง นอกจากนี้ยังมีวิหารไม้เก่าแก่ที่มีลายแกะสลักไว้ให้ชม นับเป็นวัดที่มีคุณค่าทางโบราณคดีมาก การเดินทาง จากอำเภอเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๐๗ สายตาก-บ้านตาก ไปประมาณ ๓๕ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๕ ไปประมาณ ๑ กิโลเมตร วัดอยู่ทางซ้ายมือ
เจดีย์ยุทธหัตถี หรือ เจดีย์เฉลิมพระเกียรติพระเจ้ารามคำแหงมหาราช ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เจดีย์ชนช้าง ตั้งอยู่บนดอยช้าง ตำบลเกาะตะเภา ดอยช้างเป็นเนินดินเล็ก ๆ อยู่ทางเหนือของดอยพระธาตุไปเล็กน้อย เจดีย์นี้เป็นโบราณสถาน สร้างในสมัยสุโขทัยมีอายุราว ๗๐๐ ปีเศษ องค์เจดีย์ยุทธหัตถีอยู่เยื้องกับวัดพระบรมธาตุประมาณ ๒๐๐ เมตร ลักษณะของเจดีย์ยุทธหัตถีเป็นศิลปะแบบสุโขทัย ก่ออิฐถือปูนฐานกว้าง ๑๒ เมตร เรือนธาตุรูปสี่เหลี่ยมย่อมุมขึ้นไป สูง ๑๖ เมตร เหนือเรือนธาตุทำเป็นลำสี่เหลี่ยมย่อมุมตลอดถึงยอดเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ บนยอดประดับฉัตร มีร่องรอยการซ่อมแซมตลอดมา แต่ไม่เสียรูปทรงเดิม ฐานพุ่มมีลายปั้นเป็นรูปหน้าสิงห์สวยงาม หน้าสิงห์ด้านทิศเหนือยังสมบูรณ์ ด้านอื่น ๆ ชำรุด องค์เจดีย์ส่วนใหญ่มีคราบตะไคร่น้ำจับอยู่ทั่วไป จะมีการขุดแต่ง และทำความสะอาดรอบเจดีย์ในช่วงใกล้วันเทศกาล เป็นงานเดียวกับงานไหว้พระธาตุบ้านตาก
ไม้กลายเป็นหิน (ฟอสซิลไม้กลายเป็นหินใหญ่ที่สุดในเอเซีย) ตั้งอยู่หมู่ที่ ๗ ตำบลตากออก ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สลิด-โป่งแดง ปากทางเข้าอยู่ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ ๔๔๓ ทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน การเดินทางเข้าพื้นที่ใช้เส้นทางลำลองตรงข้ามโรงพยาบาลบ้านตาก ห่างจากถนนพหลโยธิน  ประมาณ ๒.๕ กิโลเมตรไม้กลายเป็นหินที่พบ ยาวประมาณ ๒๐ เมตร และเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๒ เมตร เป็นไม้กลายเป็นหินที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีการค้นพบในทวีปเอเซีย โดยไม้กลายเป็นหินจัดเป็น Fossil ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเกิดจากซากต้นไม้ที่ถูกแทนที่ด้วยน้ำบาดาล ซึ่งมีสารละลายของซิลิกาและเกิดการตกตะกอนกลายสภาพเป็นหินอย่างช้า ๆ คือ แทนที่แบบโมเลกุล จนกระทั่งกลายเป็นหินทั้งหมด โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและโครงสร้างอีก ไม้กลายเป็นหินมักฝังตัวอยู่ในชั้นกรวด คาดว่าจะเกิดสะสมตัวในยุคควอเตอร์นารีคอนตัน อายุประมาณ ๒ ล้านปีจากการแพร่กระจายตัวของตะกอนตะพักที่ปรากฏน่าจะเกิดสะสมตัวบริเวณตะพักคุ้งน้ำของแม่น้ำปิงโบราณ ก่อนที่จะมีการปรับสภาพและเปลี่ยนทางเดินกลายเป็นแม่น้ำปิงในปัจจุบัน
                ครกหินแม่สลิด และแหล่งผลิต ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข ๑ ถนนพหลโยธิน บริเวณด้านหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลิด เป็นครกหินแกรนิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดปากกว้าง ๒.๑ เมตร สูง ๑.๖ เมตร หนัก ๗,๐๐๐  กิโลกรัม และ สากขนาดใหญ่ มีขนาดยาว ๒.๑ เมตร กว้าง ๑.๓๕ เมตร หนัก ๑,๐๐๐  กิโลกรัม บ้านสันกลาง ตำบลแม่สลิด เป็นแหล่งผลิตครกหินที่เป็นงานหัตถกรรม หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ครกอ่างศิลา ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้ จะมีใครสักกี่คนรู้บ้างว่าแท้ที่จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาจากตำบลแม่สลิด อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก แห่งนี้ จังหวัดตากที่มีสภาพอากาศร้อนที่สุดในฤดูร้อน ก็เพราะเมืองตากมีทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นหินแกรนิตมากที่สุด และเป็นหินแกรนิตที่มีคุณภาพดีที่สุดของเมืองไทย นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อครกหินเมืองตาก ได้ที่ร้านค้าหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลิด ริมถนนสายเอเซีย อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก

อำเภอสามเงา
ผาสามเงา อยู่ในตำบลย่านรี จากอำเภอเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๐๗ ผ่านทางแยกไปเจดีย์ยุทธหัตถีประมาณ ๒๕ กิโลเมตร หรือถ้าใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ถึงกิโลเมตรที่ ๔๖๓ มีทางแยกซ้ายเข้าเขื่อนภูมิพลไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ถึงอำเภอสามเงา จะมองเห็นเขาลูกหนึ่ง ชาวบ้านเรียกว่า “เขาผาสามเงา” เพราะที่เชิงเขาริมหน้าผานั้นเจาะเป็นช่องลึกเข้าไปในเนื้อภูเขาเรียงกัน ๓ ช่อง ประดิษฐานพระพุทธรูปปิดทองช่องละองค์ มีบันไดไม้ให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูปได้ ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า พระนางจามเทวีราชธิดาแห่งกรุงละโว้เป็นผู้สร้างเมื่อครั้งเดินทางตามลำน้ำแม่ปิงขึ้นไปครองเมืองหริภุญไชย หรือลำพูน
ดอยสอยมาลัย ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ตามทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๕ สายบ้านตาก-แม่ระมาด ระยะทาง ๖๐ กิโลเมตร สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ  ๑,๖๐๐ เมตร  สิ่งที่น่าสนใจคือ สลาแมนเดอร์  หรือจิ้งจกน้ำ  สัตว์น้ำดึกดำบรรพ์ที่หายาก ลักษณะเหมือนจิ้งจก ลำตัวสีชมพู พื้นที่ทั่วไปมีสภาพเป็นป่าสนเมืองหนาว มีจุดชมวิว และชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ บริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ  ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เขต ๔  โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๔๓๔๑-๓
วัดชลประทานรังสรรค์ หมู่ที่ ๓ บ้านจัดสรร ตำบลสามเงา เป็นวัดที่กรมชลประทานเป็นผู้สร้าง ห่างจากเขื่อนภูมิพลประมาณ ๕ กิโลเมตร   สาเหตุที่สร้างเพราะได้มีการสร้างเขื่อนภูมิพล เมื่อเริ่มกักเก็บน้ำ น้ำได้ท่วมพื้นที่ที่อยู่อาศัย วัดและโรงเรียน จึงอพยพประชาชนตำบลบ้านนาที่ถูกน้ำท่วมมาอยู่ในพื้นที่ที่ทางกรมชลประทานจัดสรรให้ ซึ่งวัดชลประทานฯ ได้ก่อสร้างทดแทนวัดจำนวน ๘ วัด ที่ถูกน้ำท่วม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้แก่ วัดบ้านห้วย วัดศรีแท่น วัดดอนแก้ว วัดหลวง วัดท่าเดื่อ วัดท่าโป่ง วัดอุมวาบ และวัดพระธาตุลอย โดยได้นำพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระธาตุลอยอันศักดิ์สิทธิ์ ยอดฉัตรเจดีย์ พระพุทธรูปทองคำสัมฤทธิ์ คือ หลวงพ่อทันใจ จำนวน ๓ องค์ และศาสนวัตถุต่าง ๆ เช่น พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ขนาดและปางต่าง ๆ หีบทองมีลวดลายบรรจุพระธรรม ตู้ไม้  และสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ของวัดทั้ง ๘ วัดมารวมกัน  ณ วัดชลประทานรังสรรค์
วัดพระธาตุแก่งสร้อย อยู่ที่ตำบลบ้านนา ห่างจากเขื่อนภูมิพลประมาณ ๕๖ กิโลเมตร วัดนี้ได้มีการบูรณะหลายครั้งและครั้งที่สำคัญ ครูบาชัยยะวงศา วัดพระบาทห้วยต้ม จังหวัดลำพูน ได้มาบูรณะเจดีย์โดยการสร้างฉัตรขึ้นใหม่ และสร้างเสนาสนะอีกมากมาย ตามตำนานกล่าวว่าในพระเจดีย์บรรจุพระสารีริกธาตุและพระเกศาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของแคว้นหริภุญไชย เมื่อ ๘๐๐ กว่าปีมาแล้ว มีชื่อว่า “เวียงสร้อย” เพราะการเดินทางสมัยก่อนต้องเดินทางตามลำน้ำแม่ปิง เวียงสร้อยมีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีวัดมากมายถึง ๙๙ วัด โดยมีผู้ครองนครหลายชั่วอายุคน มีชาวพื้นเมืองเป็นชาว “ลั้วะ” เจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้ายมีชื่อว่า “พญาอุตุม” ปัจจุบันหลักฐานทางโบราณคดีส่วนใหญ่จมอยู่ใต้น้ำ จะปรากฏให้เห็นบ้างเมื่อน้ำลดลงมาก ๆ
เขื่อนภูมิพล เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนยันฮี เป็นเขื่อนเอนกประสงค์แห่งแรกในประเทศไทย สร้างเป็นเขื่อนคอนกรีตรูปโค้งขนาดใหญ่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูงจากฐานถึงสันเขื่อน ๑๕๔ เมตร กั้นแม่น้ำปิงที่เขาแก้ว อำเภอสามเงา สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าและการชลประทาน ความยาวของลำน้ำจากเขื่อนถึงอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นระยะทาง ๒๐๗ กิโลเมตร รอบเขื่อนภูมิพลเป็นแหล่งพักผ่อน และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด นอกจากนั้นยังมี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ สองฝั่งลำน้ำปิงเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ตื่นเป็น เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ของสภาพป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ความหลากหลายของภูเขาหิน ลำห้วย และน้ำตก ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพป่า เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
การล่องแพ และเรือในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เป็นการล่องแพโดยใช้เรือลากจูง หรือเดินทางด้วยเรือสำราญ เพื่อสัมผัสกับธรรมชาติและภูมิประเทศป่าเขา ผ่านแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้แก่ พระพุทธบาทเขาหนาม เกาะวาเลนไทน์ ดอยเจ้าพ่อหลวง เขาพระพุทธบาท ถ้ำอาบนาง โบราณสถานแก่งสร้อย จนถึงดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นระยะทาง ๒๐๔ กิโลเมตร  สอบถามรายละเอียดได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ เขต ๔ จังหวัดตาก โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๔๓๔๑-๓ และมีบริษัทเอกชนที่จัดล่องแพ ได้แก่ บริษัท ท่องนที จำกัด  กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๔๕๗ ๓๔๒๘, ๐ ๒๔๕๗ ๖๘๗๓-๔, ๐ ๒๔๖๗ ๒๕๕๗ บริษัท เอลเดลไวซ์ ปริ๊นเซส จำกัด กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๙๓๑ ๒๘๑๐-๔ แพแม่ปิง ทัวร์(ทองอินทร์ ทัวร์) ๗๖/๒ หมู่ ๒ ตำบลสามเงา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ๖๓๑๖๐ โทร. ๐ ๕๕๕๔ ๙๓๑๐ แพแม่ปิง รีสอร์ท ๑๒๓ หมู่ ๕ ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก โทร.  ๐๘ ๑๙๕๓ ๔๒๘๗
สถานที่น่าสนใจในเขื่อนภูมิพล
พระพุทธบาทดอยเขาหนาม เป็นเกาะกลางน้ำ มีวัดพระพุทธบาทอยู่บนยอดดอย ภายในวัดมีรอยพระพุทธบาท และศาลาประดิษฐานองค์พระประธาน ทิวทัศน์โดยรอบสวยงาม
สนามกอล์ฟเขื่อนภูมิพล ๑๘๐/๒ หมู่ ๖ โทร. ๐ ๕๕๕๙ ๙๐๙๓-๖ ต่อ ๒๓๒๑ โทรสาร ๐ ๕๕๕๙ ๙๐๙๓ ต่อ ๒๔๑๑
เกาะวาเลนไทน์  เป็นเกาะเล็ก ๆ มีหาดทราย สามารถเล่นน้ำได้
นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเที่ยวเกาะทั้งสองได้โดยเช่าเรือจากเขื่อนภูมิพลล่องไปตามลำน้ำใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จัดกีฬาเพื่อการพักผ่อนไว้บริการนักท่องเที่ยว อาทิ สนามกอล์ฟ สนามเทนนิส เรือเช่า
นักศึกษาที่มาเป็นหมู่คณะ หากต้องการฟังการบรรยาย และชมโรงไฟฟ้า ต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้าที่ ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ๖๓๑๓๐ 
สถานที่พัก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยมีบริการบ้านพักเป็นเรือนนอน (ห้องแอร์) พักได้ ๓๐ คน ราคา ๕,๐๐๐ บาท บ้านพัก ราคา ๘๐๐-๒,๕๐๐ บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนภูมิพล โทร. ๐ ๕๕๕๔ ๙๕๐๙, ๐ ๕๕๕๙ ๙๐๐๓-๖ ต่อ ๒๕๐๑, ๐ ๕๕๕๙ ๙๐๙๓-๗ กรุงเทพฯ โทร. ๐ ๒๔๓๖ ๓๒๗๑-๒ 
การเดินทาง จากตัวอำเภอเมืองตากใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ ๔๖๓-๔๖๔ เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ ๑๗ กิโลเมตร ถึงตัวเขื่อนภูมิพล

กิ่งอำเภอวังเจ้า
สถานีทดลองหม่อนไหม ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข ๑ (ตาก-กำแพงเพชร) หลักกิโลเมตรที่ ๓๙๖ ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๓๐ กิโลเมตร มีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเป็นจำนวนมาก และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากต้นหม่อน เช่น ชาใบหม่อน ชาเขียว ชาจีน ยำใบหม่อนปลากระป๋อง น้ำผลไม้จากลูกหม่อน และไวน์หม่อน เปิดเฉพาะวันและเวลาราชการ โทร.
๐ ๕๕๕๙ ๓๐๑๕

เทศกาลงานประเพณี
                ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป ๑,๐๐๐ ดวง จัดขึ้นทุกปีในเดือนพฤศจิกายน ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒  เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวจังหวัดตากที่สืบทอดกันมาช้านาน และแตกต่างจากการลอยกระทงทั่ว ๆ ไป คือ ใช้กะลามะพร้าวเป็นองค์ประกอบหลักของตัวกระทง สาเหตุที่ใช้กะลามะพร้าวสืบเนื่องมาจากชาวเมืองตากนิยมรับประทาน “เมี่ยง” เป็นอาหารว่าง และผลิตเป็นสินค้าพื้นเมืองที่สำคัญ ทำให้ต้องใช้เนื้อมะพร้าวจำนวนมากเพื่อทำไส้เมี่ยง กะลาเป็นส่วนที่เหลือทิ้งไว้ ครั้งเมื่อถึงเทศกาลลอยกระทงชาวบ้านก็จะนำกะลาดังกล่าวออกมาขัดล้างทำความสะอาดเพื่อใช้ทำกระทง แล้วนำเชื้อเพลิงที่เตรียมไว้ใส่ลงในกะลา แล้วจุดไฟปล่อยลอยในแม่น้ำปิงกะระยะห่างเท่า ๆ กัน สม่ำเสมอไม่ขาดสาย แสงเทียนในกระทงจะส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องน้ำ ลอยไปตามสายน้ำของลำน้ำปิงดูสวยงาม ภายในงานมีการแข่งขันปล่อยกระทงสายไหลประทีปพันดวง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช การแสดงทางวัฒนธรรม การประกวดธิดากระทงสาย และการจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์
งานตากสินมหาราชานุสรณ์ และงานกาชาด สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชบูรพกษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทยเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระราชประวัติผูกพันกับจังหวัดตากเป็นอย่างมาก ชาวจังหวัดตากจึงได้จัดงานประเพณีตากสินราชานุสรณ์ขึ้นเพื่อเป็นการแสดงวีรกรรมเทิดพระเกียรติและเผยแพร่วีรกรรมของพระองค์ ภายในงานมีการแสดงแสงเสียงเทิดพระเกียรติ การบวงสรวงดวงวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช การแสดงนิทรรศการ มหรสพ การออกร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรและสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์  ระหว่างวันที่ ๒๘ ธันวาคม ถึงวันที่ ๓ มกราคมของทุกปี ณ บริเวณศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ประเพณีขึ้นธาตุเดือน ๙ งานขึ้นธาตุเดือน ๙ เป็นงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการบูชาพระบรมธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กำหนดการจัดในวันขึ้น ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ ของภาคเหนือ หรือตรงกับเดือน ๗ ของไทย ประมาณปลายเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุยายนของทุกปี ภายในงานมีการจัดขบวนแห่ เช่น ขบวนกลองยาว ขบวนปัจจัยไทยทาน ขบวนต้นเงิน ขบวนต้นผ้าป่า ขบวนตุงไชย ผ้าห่มองค์พระธาตุ โดยเริ่มจากหนองเล่มผ่านสะพานบุญไปยังวัดพระบรมธาตุ เพื่อทำพิธีถวายผ้าห่มองค์พระธาตุ และทำพิธีบวงสรวงเจดีย์ยุทธหัตถีซึ่งเป็นเจดีย์ที่พ่อขุนรามคำแหงฯ ได้สร้างไว้ในคราวทำสงครามยุทธหัตถีชนะขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัดพระบรมธาตุ และทำบุญตักบาตรตามประเพณี ณ วัดพระบรมธาตุ

อาหารพื้นเมือง
เมี่ยงคำเมืองตาก หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เมี่ยงจอมพล  ลักษณะเด่น และส่วนประกอบของเมี่ยงมีมะพร้าวขูด ข้าวตากแห้งทอด ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง แคบหมู มะนาว หัวหอมแดง ขิงหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พริกขี้หนูสด เต้าเจี้ยว ข้าวเกรียบงาหรือใบชะพู โดยนำข้าวเกรียบชุบน้ำให้อ่อนตัว แล้วนำส่วนประกอบทั้งหมดห่อด้วยข้าวเกรียบพอดีคำ ใส่น้ำเต้าเจี้ยวรับประทานเป็นของว่างซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองที่นิยมกันมากในจังหวัดตาก และจังหวัดใกล้เคียง
ก๋วยเตี๋ยวพื้นเมือง  ลักษณะเด่นของก๋วยเตี๋ยวที่นี่ คือ ใช้เส้นเล็กปรุงด้วยกุ้งแห้งป่น แคบหมูชิ้นเล็ก หอม กระเทียมเจียว หมูบะช่อ ถั่วฝักยาวหั่นเฉียง น้ำตาลทราย น้ำมะนาว น้ำปลา มีทั้งก๋วยเตี๋ยวแห้ง และน้ำ ปัจจุบันมีเหลืออยู่เพียง ๒ ร้าน ได้แก่ ร้านป้าบาง ในอำเภอเมืองตาก และร้านป้าหล้า ถนนสายแม่สอด-แม่ระมาด อำเภอแม่สอด
กะบองจ่อ  เป็นอาหารทานเล่นชนิดหนึ่ง ชื่ออาหารมาจากภาษาพม่า คำว่า “กะบอง” หมายถึง ฟักทอง “จ่อ” หมายถึง ทอด โดยจะนำฟักทองมาชุบแป้งแล้วทอด ให้มีสีเหลืองกรอบ เคล็ดลับความกรอบอยู่ที่ส่วนผสมแป้ง เรียกว่า    “แปม้ง” ที่มาจากพม่า ทำจากถั่วเหลืองอ่อน ปัจจุบันมิได้มีแต่ฟักทองเพียงอย่างเดียว แต่มีการนำผักชนิดอื่นมาทอดด้วย เช่น มะละกอดิบ น้ำเต้า ถั่วงอก รับประทานกับน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมของน้ำมะขามเปียก น้ำอ้อยเคี่ยว เกลือ ถั่วลิสงป่น และกระเทียม มี  รสชาติเปรี้ยว หวาน มีจำหน่ายทั่วไปในตลาดอำเภอเมืองตาก และอำเภอแม่สอด
เส่งเผ่ และฮาละหว่า  เป็นชื่อของขนมหวานของชาวไทยใหญ่ “เส่งเผ่” มีลักษณะคล้ายขนมข้าวเหนียวแดง ที่ทำจากข้าวเหนียว น้ำอ้อย กะทิ ต่างกันตรงหน้าเส่งเผ่จะราดด้วยหัวกะทิแล้วปิ้ง หรือ อบหน้าจนเกรียม รสชาติหวานมัน ส่วน “ฮาละหว่า” ตัวขนมทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย กะทิ เมล็ดสาคูเล็ก หน้าขนมทำเช่นเดียวกับเส่งเผ่ มีรสชาติหวานมัน แม่ค้าจะทำขนมนี้บรรจุในถาดกลม และตัดขายเป็นชิ้นเล็ก ๆ มีขายในตลาดสดเทศบาล อำเภอแม่สอด

กิจกรรมที่น่าสนใจ
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร
นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นศูนย์รวมแหล่งผลิตดอกไม้ และพืชผลทางการเกษตรอยู่บนเส้นทางสายแม่สอด-พบพระ-อุ้มผาง ทางหลวงหมายเลข ๑๐๙๐ หากมาจากอำเภอแม่สอดเริ่มจากกิโลเมตรที่ ๒๘ แยกซ้ายเข้าไป ๑ กิโลเมตร จะพบ สวนเทพพิทักษ์ มีเนื้อที่กว่า ๙๐๐ ไร่ เป็นสวนที่คิดค้นปลูกทับทิมสายพันธุ์ใหม่มีรสชาติหวาน กรอบ เมล็ดสีแดงสด คือ ทับทิมศรีปัญญา นอกจากนั้นยังปลูกส้มศรีทอง ส้มสายน้ำผึ้ง น้อยหน่า  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณบุปผา  ไชยนอก โทร. ๐ ๕๕๕๒ ๐๒๙๕, ๐๘ ๑๗๘๕ ๕๐๘๗ และบริเวณกิโลเมตรที่ ๒๙ ใช้เส้นทางเดียวกับสวนผลไม้เทพพิทักษ์เลยไป ๕๐๐ เมตร ก่อนถึงอำเภอพบพระ จะพบ สวนสายทอง เป็นสวนกุหลาบทั้งพันธุ์มีหนามและไม่มีหนาม กุหลาบสีแดงจะเป็นพันธุ์ที่ไม่มีหนาม ส่วนดอกสีขาวและสีชมพูจะเป็นพันธุ์มีหนาม ดอกกุหลาบที่สวนนี้ดอกโต สีสด ก้านยาว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๕๕๕๒ ๐๑๑๑, ๐๘ ๑๗๘๕ ๑๔๒๐ สวนกุหลาบพาเจริญ ทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ เป็นสวนใหญ่ที่ปลูกดอกกุหลาบ, ดอกดาวเรืองดอกโต สีสด ก้านยาว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๕๕๕๒ ๐๐๒๑ สวนเกษตรทั้งหมดที่กล่าวนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเที่ยวชมและซื้อผลผลิตได้

ล่องแก่ง
                ล่องแก่งเรือยางลำน้ำแม่ละเมา ลำน้ำแม่ละเมามีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในอำเภอพบพระและอำเภออุ้มผางไหลไปทางทิศเหนือผ่านบ้านแม่ละเมา อำเภอแม่สอดไปบรรจบกับแม่น้ำเมยที่บ้านวังผา อำเภอแม่ระมาด การล่องเรือยางเริ่มต้นที่หลักกิโลเมตรที่ ๕๐ ทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ สายตาก-แม่สอด ใช้เวลาประมาณ ๑.๓๐ ชั่วโมงผ่านป่าเขาท่ามกลางธรรมชาติ แล้วยังได้ศึกษาพันธุ์ไม้น้ำ นกนานาชนิด และผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ
ล่องแก่งเรือยางลำน้ำแม่ตื่น เริ่มต้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่นไปตามลำน้ำชมธรรมชาติสองฝั่งที่สวยงาม มีทั้งกล้วยไม้ป่า นกนานาชนิด ชมวิถีชีวิตชาวเขา ศึกษาประวัติศาสตร์โบราณ พักแคมป์ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น หรือพักบนแพที่เกาะวาเลนไทน์

ตัวอย่างโปรแกรมนำเที่ยว
วันที่ ๑                    -ออกเดินทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอแม่สอด
-สักการะเจ้าพ่อพะวอ กิโลเมตรที่ ๖๒-๖๓
-ทดลองความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เนินพิศวง ประมาณ กิโลเมตรที่ ๖๕
-แวะวัดไทยวัฒนาราม ชมศิลปกรรมชาวไทยใหญ่
-ชมสะพานมิตรภาพไทย-พม่า
-เลือกซื้อสินค้าชายแดนจากตลาดริมเมย
-เข้าที่พัก
วันที่ ๒   ๐๖.๓๐ น.-ออกเดินทางไปอำเภออุ้มผาง โดยใช้ถนนลอยฟ้า
-เตรียมสัมภาระเพื่อล่องแพ ในลำน้ำแม่กลอง ผ่านน้ำตกทีลอจ่อ แก่งตะโค๊ะบิ ผาผึ้ง ผาเลือด
ผาโหว่ พร้อมชื่นชมกับธรรมชาติสองฝั่งลำน้ำแม่กลอง และพบกับความตื่นเต้นในการล่องแก่ง
รับประทานอาหารกล่องที่เตรียมไประหว่างทาง
บ่าย         -ถึงผาเลือด เดินทางเข้าสู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ในฤดูหนาว-ฤดูร้อน ใช้รถสองแถวเข้า
สู่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ หากเป็นฤดูฝน ต้องเดินเท้าเข้าไประยะทางประมาณ ๑๑ กิโลเมตร
ใช้เวลา ๓ ชั่วโมง
-ตั้งแคมป์ กางเต็นท์พักแรม
วันที่ ๓   ๐๖.๐๐ น. -ทานอาหารเช้า แล้วเดินเท้าเข้าน้ำตกทีลอซู เล่นน้ำตก
ถ่ายรูป พร้อมชื่นชมความงามของธรรมชาติ
-ออกจากน้ำตก กลับจุดพักแรม เก็บสัมภาระ รับประทานอาหาร แล้วออกเดินทางไปอำเภอเมือง
- ถึงอำเภอเมือง สักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
๑๘.๐๐ น.- ชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินที่ริมแม่น้ำปิง ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นช่วงที่สวยที่สุด

ข้อแนะนำในการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ
การเดินศึกษาธรรมชาติ
-        ควรเดินในทางที่จัดไว้ เพื่อที่จะไม่ให้ตัวเราเข้าไปทำลายระบบนิเวศน์โดยไม่รู้ตัว
-               ห้ามทิ้งขยะโดยเด็ดขาด เพราะทำให้บริเวณดูไม่งามตา และยังอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่
สัตว์ป่าด้วย เช่น ขวดแก้วแตก หรือ พลาสติก หากสัตว์กินเข้าไปจะไม่ย่อยและอาจตายได้
เดินป่า
สอบถามข้อมูลของสถานที่ที่จะไป เพื่อจะได้เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อม   
เตรียมอุปกรณ์เดินป่าที่คล่องตัว และจำเป็น เช่น ถุงนอน เต็นท์ ผ้ายางกันฝน ยารักษาโรค ไฟฉาย มีดพก ยาไล่แมลง เข็มทิศ
ศึกษาฤดูกาลของธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ นกอพยพ เตรียมกล้องส่องทางไกล สมุดบันทึก ดินสอ ปากกา แผนที่
ศึกษาเส้นทางตรวจดูแผนที่ก่อนออกเดินทาง เลือกเส้นทางเดินตามสันเขาจะเดินง่ายกว่าตามหุบเขา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
แค้มปิ้ง
เตรียมเต็นท์ ถุงนอน ผ้าใบกันฝน อุปกรณ์เครื่องครัว เช่น หม้อสนาม เตาแก๊ส เตาน้ำมัน อาหารแห้ง น้ำดื่ม รองเท้าผ้าใบ หมวก
ตรวจสอบทิศทางลมก่อนกางเต็นท์ กางเต็นท์ต้นลม ส่วนกองไฟ ห้องส้วม ต้องอยู่ใต้ลม กางเต็นท์บนเนินหรือที่สูง อยู่ในที่โล่งริมห้วย
กวาดเศษหญ้า ใบไม้  ก่อนตั้งแคมป์ เพราะอาจเป็นที่อยู่ของแมลง สัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ
หาเชื้อฟืนจากเศษไม้ในป่า/คลื่นซัดมาติดหาดและดับกองไฟก่อนเข้านอน
ดูแลความสะอาดทุกครั้งที่เก็บแคมป์ให้เหมือนสภาพเดิม
--------------------------------------

ข้อมูลรายละเอียดในเอกสารนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

ช่วยใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเคารพวิถีไทย

ใบอนุญาติประกอบธุระกิจเลขที่ 22 - 0258
บริษัท วี.ไอ.พี.ทราเวล แอนด์ เซอวิส : เลขที่ 79/207 หมู่ 22 บ้าน ฟ้าใส ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000
โทร 081-764-4877 , แฟกซ์ 053-713339

อีเมล์: viptravelandservice@hotmail.com>>viptravelandservice@gmail.com

http://www.viptravelandservice.com, http://www.chiangraitourandtrekking.com, http://www.chiangraitourandcarrent.com,
http://www.viphotelsbooking.com
   
 
CoppyRight ©V.I.P.Travel And Service Tours Company Chiang Rai Thailand